่อนพวกเราจะเดินทางต่อ ขอข้าดูอาการบาดเจ็บของเหอหมิงอีกสักหน่อยได้หรือไม่”เผิงวั่งไม่ใช่คนซื่อ เมื่อได้ยินค าพูดของเฮ่อจือหร่าน เขาก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายก าลังขออาสาไปช่วยดูแผลให้เหอหมิง เพราะต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง“ถ้าเจ้าเต็มใจช่วยตรวจดูบาดแผลให้เหอหมิงก็ถือเป็นเรื่องดีการเดินทางครั้งต่อไปจะได้ไม่มีมีภาระเพิ่มอีกคน”จากนั้นเผิงวั่งก็พาเฮ่อจือหร่านมาอยู่ตรงหน้าเหอหมิงคนตระกูลเหอเห็นนางเดินมาก็ตื่นตัวกันทันที่
หญิงนางนี้เมื่อวานยังท าร้ายหลี่โหรวเอ๋อร์อย่างโหดเหี้ยม คนตระกูลเหอหลายคนล้วนเห็นกับตาตัวเองทั้งนั้นถ้าไม่ใช่เพราะในใจยังมีความหวาดกลัวต่อเผิงวั่งอยู่บ้าง คาดว่าตอนนี้พวกเขาคงเอ่ยปากด่าทอไปแล้วเผิงวั่งไม่สนใจสีหน้าของคนตระกูลเหอ“ข้าเป็นคนช่วยพูดให้เฮ่อจือหร่านยอมมาตรวจบาดแผลของเหอหมิง เพื่อไม่ให้ขบวนเนรเทศของเรามีคนตายเพิ่มอีกคน”ถึงแม้ค าพูดของเขาจะไม่ค่อยรื่นหู แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่คนตระกูลเหอกังวลที่สุดตอนนี้เฮ่อจือหร่านสามารถช่วยตรวจดูอาการของเหอหมิงได้นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการทุกคนเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูด ก่อนจะหลีกทางให้นางช่วยเหอหมิงความจริงแล้ว เมื่อวานก่อนเฮ่อจือหร่านก็มองเห็นบาดแผลของเหอหมิงจากที่ไกล ๆ แล้ว นางย่อมเข้าใจสถานการณ์ของเขาได้ดีแต่เพื่อเป็นการปิดหูปิดตาคนอื่น เฮ่อจือหร่านจึงแกล้งยกแขนเสื้อของเหอหมิงขึ้นบาดแผลถูกสัมผัสกับลม แขนของเหอหมิงก็ชัดกลับโดยสัญชาต