ไม่มีทางตายได้”“เมื่อวานข้าเองก็ตรวจดูบาดแผลของพวกเขาแล้ว ไม่น่ารุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต” เฮ่อจือหร่านกล่าวพลางครุ่นคิด แต่ดูเหมือนจะคาดเดาอะไรได้ไม่ดีนักในใจของโม่จิ่วเยี่ยก็หนักอึ้งไม่ต่างกัน ทั้งคู่รู้สึกว่าการตายของเหอเลี่ยงนั้นต้องมีเงื่อนง าบางอย่างแน่นอนเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัย เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะไปดูที่ตระกูลเหอสักหน่อยตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่มีความรู้สึกที่ดีต่อนาง พวกเขาจึงไม่ได้จ ากัดขอบเขตการเคลื่อนไหวของนางเฮ่อจือหร่านมาถึงเพิงหญ้าที่เหอเลี่ยงพักอยู่ได้อย่างราบรื่นตอนนี้เผิงวั่งก าลังอยู่ที่นั่นพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนพวกเขาตั้งใจจะจัดการเก็บกวาดคนแล้วเดินทางต่อเฮ่อจือหร่านคิดว่า หากนางรีบเข้าไปตรวจดูศพของเหอเลี่ยงโดยตรง คงต้องถูกคนตระกูลเหอปฏิเสธแน่นอน
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็ตัดสินใจใช้ประโยชน์จากเผิงวั่งเล็กน้อยนางเดินเข้าไปใกล้เขา แล้วแกล้งท าเป็นกระซิบถามว่า “เจ้าหน้าที่เผิง เหอเลี่ยงเสียชีวิตกะทันหันได้อย่างไรกัน”เผิงวั่งเหมือนจะไม่สงสัยอะไรกับการตายของเหอเลี่ยง เพราะเมื่อวานเขาเห็นว่าบาดแผลของอีกฝ่ายก็หนักไม่น้อยเลย“คงเป็นเพราะเขาบาดเจ็บสาหัสเกินไปจนทนไม่ไหวก็ได้”เฮ่อจือหร่านท าท่าทางนึกเวทนาพลางส่ายหัว “น่าเสียดายจริง ๆเขาอายุยังน้อยแท้ ๆ ก็จากไปเสียแล้ว”นางเงียบไปสักครู่ หลังเห็นเผิงวั่งไม่มีปฏิกิริยาอะไรจึงพูดต่อ“เจ้าหน้าที่เผิง ข้าเป็นคนใจอ่อน ก