องเกี่ยวข้องกับความลับของนางแน่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้ถามต่อไปอีกผู้ใดจะกล่าวโทษนางได้เล่า ในเมื่อเขาเองก็ตกลงกับนางไว้แล้วว่าจะไม่สืบค้นความลับของนางตั้งแต่แรก
ถึงแม้ในใจจะอยากรู้อยากเห็นมากแค่ไหน ก็ได้แต่ยอมแพ้ไปเท่านั้น“ข้ออ้างของเจ้าก็ใช้ได้ คงหลอกท่านแม่และพวกพี่สะใภ้ได้อย่างไม่มีปัญหา”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังเตือนตนเอง และในขณะเดียวกันก็บอกนางว่า สิ่งที่นางพูดมานั้นเขาไม่เชื่อสักค านางจึงได้แต่ท าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป“ข้าไม่ได้โกหกนะ หากเป็นคนอื่นถาม ข้าก็จะตอบเช่นนี้แหละ”ตอนนั้นเอง พลันมีเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ดังมาจากข้างนอก“ตื่นเช้ากันหน่อย! กินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็เดินทางต่อทันที”ทั้งสองคนในห้องมองตากันอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไร โม่จิ่วเยี่ยจัดการเก็บของแล้วนอนลงบนเตียง ส่วนเฮ่อจือหร่านเปิดประตูเดินออกไปเดิมทีคิดว่าวันนี้คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หลังทุกคนกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็จะเดินทางต่อไปได้ทว่าทางฝั่งตระกูลเหอกลับมีเสียงร้องไห้ดังลั่นที่แท้ก็เพราะเหอเลี่ยงที่ไม่สามารถอดทนอยู่ต่อได้ เมื่อคนในครอบครัวก าลังจะป้อนหมั่นโถวหยาบให้เขากิน ก็พบว่าเขาไม่มีลมหายใจแล้ว
โชคดีที่เหอหมิงพ้นขีดอันตรายแล้ว ท าให้ตระกูลเหอเหลือบุตรชายคนเดียวหลังได้ยินข่าวนี้ ทั้งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างรู้สึกสงสัยโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยเสียงเข้มว่า “ข้าลงมือมีขอบเขตเสมอ เหอเลี่ยง