าก”
“อันที่จริงแนวคิดกลับคล้ายกับที่ฉันคิดไว้ตอนแรกมาก เพียงแต่ฉันไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง”
“ตอนแรกฉันคิดว่า: ขอเพียงได้เห็นผู้สูญหาย วงจรการฆ่าก็จะถูกทำลาย”
“แต่ตอนนั้นคิดว่าผู้สูญหายตายหมดแล้ว ต่อให้เห็นศพแล้วทำลายได้ก็ไม่มีความหมายอะไรมากนัก”
“ตายหมดแล้วค่อยมาแก้ปัญหา…ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ฉันจึงทิ้งแนวคิดนี้ไป”
“แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว”
“ใส่หัวให้ทารกปิศาจ ทุกคนก็รอดกลับมาแล้ว แม้ว่าทารกปิศาจจะยังไม่ถูกแก้ไข แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่มีผลกระทบต่อพวกเราแล้ว”
“ฉันได้ปล่อยสหายของฉันออกมาแล้ว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครหายไป”
“ถ้าอย่างนั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็เท่ากับขัดขวางกระบวนการหายตัวไปแล้วใช่หรือไม่”
“กล่าวคือ ทารกปิศาจไม่มีภัยคุกคามต่อพวกเราแล้ว”
“อย่างมากฉันก็ไม่ถอดหัวของมันออก ให้มันอยู่ในสภาพนี้ไปเรื่อยๆ”
“เช่นนี้แล้ว อันที่จริงก็เท่ากับกักขังความสามารถในการฆ่าของมันไว้”
“พวกคุณตั้งค่ายอยู่ที่นี่ก็เพราะกังวลว่าจะมีคนทำลาย หรือว่าทารกปิศาจจะหนีไปเองใช่ไหม?”
ชายในเครื่องแบบทหารที่มุมห้องนิ่งเงียบ แขนที่แข็งทื่อกำลังซ่อมแซมตนเอง ราวกับยอมรับโดยนัย
หลินอันถอนหายใจเบาๆ ค่อนข้างจนปัญญา
ชายผู้นั้นไม่ได