ว่าต้องรู้ถึงหูโม่จิ่วเยี่ยถึงอย่ำงไรตอนนี้พวกเขำก็ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ นางจึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องอธิบำยสักหน่อยเพียงเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นโม่จิ่วเยี่ยนั่งอยู่บนขอบเตียงอย่ำงสงบ สายตำจ้องมองนางไม่กะพริบไม่รอให้โม่จิ่วเยี่ยถำม เฮ่อจือหร่านจึงอธิบำยขึ้นว่า“ข้าช่วยชีวิตโจวเหล่ำปำเท่านั้น ไม่ได้เป็นอย่ำงที่คนภายนอกเข้าใจกัน”ตอนนั้นเองนางก็หยิบถุงลมหายใจที่เพิ่งใช้ออกมาจากพื้นที่มิติ
ความลับของนางไม่ต้องปิดบังอะไรกับโม่จิ่วเยี่ยมากนัก เฮ่อจือหร่านคิดว่าการให้โม่จิ่วเยี่ยเห็นสิ่งของเล็ก ๆ ชิ้นนี้คงไม่ทำให้เขำตื่นตระหนกมากนักไม่ว่าจิตใจของนางจะแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ำยก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่ง หากถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ต่อไปโดยไม่ได้อธิบำย เกรงว่าในใจคงเกิดความขุ่นเคืองขึ้นมาตอนนี้นางหวังเพียงหลังจากอธิบำยให้โม่จิ่วเยี่ยฟังแล้ว เขำจะเข้าใจตัวนางหลังเห็นสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ แปลกตำในมือนาง โม่จิ่วเยี่ยจึงถำมว่า“สิ่งนั้นคืออะไร”เฮ่อจือหร่านตอบ“ข้าเคยเรียนวิธีปฐมพยาบำลแบบหนึ่งมา เมื่อมีคนตกอยู่ในอันตราย ให้บีบจมูกของคนป่วย แล้วเป่ำลมเข้าปำกเพื่อช่วยหายใจแทน ตอนนั้นข้าก็ใช้วิธีนี้ช่วยชีวิตโจวเหล่ำปำ”เดิมทีนางคิดว่าหลังจากเล่ำเรื่องนี้ไปแล้วโม่จิ่วเยี่ยจะถำมอะไรต่ออีกเฮ่อจือหร่านเตรียมตัวพร้อมจะโดนสอบปำกคำแต่โม่จิ่วเยี่ยเพียงหยิบถุงช่วยหายใจในมือนางขึ้นมาดูเท่านั้นแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ครั้งที่ข้าไปอยู่ชา