วิ่งตำมไปทันที่“เจ้ำหน้ำที่เผิง เจ้ำหน้ำที่โจวกำลังตกอยู่ในอันตราย”หลี่หู่ซึ่งเดินอยู่ท้ำยกลุ่มเจ้ำหน้ำที่ หันหลังกลับมาจ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยสายตำโกรธเคืองทันที่พลางเอ่ยอย่ำงคลุมเครือว่า “เป็นความผิดของเจ้ำไม่ใช่หรือ”เฮ่อจือหร่านไม่อยากฟังคนพูดจำเหลวไหลตรงนั้น“เจ้ำหน้ำที่เผิง ข้ากับเจ้ำหน้ำที่โจวนัดหมายกันไว้ที่ทำงเข้าตลาด ต่ำงคนต่ำงไปซื้อหาเสบียง และจะมาพบกันที่นั่นก่อนเที่ยงวันข้ากลับมาที่นั่นตำมเวลานัด รออยู่นานมากกลับไม่พบเจ้ำหน้ำที่โจวและคิดว่าเขำคงรีบกลับมาก่อนแล้ว ข้ากลัวทุกคนจะร้อนใจ จึงรีบเร่งกลับมา แต่เมื่อมาถึงประตูใหญ่ หลี่หู่ก็เข้ามาทำร้ำยข้า ซ้ำยังกล่าวหาว่าข้าคิดหนีไปอีกตอนนี้ยังไม่เห็นเจ้ำหน้ำที่โจวว่าเขำกลับมาแล้ว เขำไปซื้อเสบียงกับหลี่หู่ แต่ทำไมหลี่หู่กลับมาคนเดียว ไม่เห็นเงำของเจ้ำหน้ำที่โจวอีกฝ่ำยยังใส่ร้ำยข้าโดยไม่แยกแยะดำขำว ข้าคำดว่าเจ้ำหน้ำที่โจวคงต้องเจออันตรายอยู่แน่ ๆ”หลังจากฟังคำบอกเล่ำของเฮ่อจือหร่าน สตรีสกุลโม่ก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที่
พี่สะใภ้รองผู้อารมณ์ร้อนวิ่งเข้ามาเป็นคนแรก“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ถึงแม้พวกเราจะถูกตัดสินโทษเนรเทศ แต่ทุกคนก็เห็นกันอยู่ว่าในช่วงสองสามวันนี้น้องสะใภ้เก้ำของข้าทำอะไรไปบ้ำง ต่อให้นางไม่มีคุณงำมความดี แต่ก็ยังสู้ลาบำกทำให้ นางไม่ควรถูกรังแกเช่นนี้เด็ดขำด”“คนที่รังแกพี่สะใภ้เก้ำของข้าล้วนเป็นคนไม่ดีทั้งนั้น” โม่หานเยี่ยกล่าวเสริม