เฮ่อจือหร่านได้ยินโม่จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางก็รู้ว่าเขำไม่มีทำงเลือกเช่นกัน จึงไม่คิดจะซักไซ้เขำต่อ“เมื่อครู่ตอนที่ข้าไปห้องครัว ข้าเห็นหลี่โหรวเอ๋อร์อยู่กับเจ้ำหน้ำที่คนหนึ่งและกำลังทำตัวไม่เหมาะสมอยู่”โม่จิ่วเยี่ยไม่ถนัดเรื่องการซุบซิบนินทำเช่นนี้ เขำจึงไม่ได้โต้ตอบใด ๆเฮ่อจือหร่านเห็นเขำไม่พูดอะไร จึงหลับตำลงแล้วนอนต่อบำงทีอาจเป็นเพราะมีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ข้าง ๆ เฮ่อจือหร่านจึงคลายความระมัดระวังลงคืนนั้นนางหลับสนิทเป็นพิเศษ แต่ยังคงตื่นเช้ำเช่นเคยเพียงก้ำวออกจากประตูห้อง ก็เห็นฮูหยินฟำงอยู่ตรงนั้นฮูหยินฟำงมองซ้ำยขวาครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเฮ่อจือหร่านไปมุมกำแพง“ฮูหยินฟำง เกิดอะไรขึ้นหรือ” เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ำยจะพูดกับนางต้องเป็นเรื่องที่ไม่อาจให้คนอื่นรู้ได้ จึงถำมเสียงเบำฮูหยินฟำงมองไปรอบ ๆ อีกครั้งอย่ำงระแวดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอีกแล้วจึงกระซิบตอบ
“เมื่อคืนข้าตื่นมากลางดึก เห็นบุตรสาวนอกสมรสของตระกูลหลี่กำลังทำตัวไม่เหมาะสมอยู่กับเจ้ำหน้ำที่คนหนึ่ง”เฮ่อจือหร่านก็เห็นเรื่องนี้กับตำเช่นกัน จึงไม่ได้มีท่ำทีประหลาดใจมากนัก“ฮูหยินฟำง มันเป็นเรื่องของพวกเขำ พวกเราควรทำเป็นไม่เห็นจะดีกว่า”“ข้าก็อยากจะทำเช่นนั้น แต่ข้าได้ยินสิ่งที่พวกเขำพูดกัน จึงคิดว่าจำเป็นต้องเตือนเจ้ำสักหน่อย”ตำมคำพูดของฮูหยินฟำง หลี่โหรวเอ๋อร์กับหลี่หู่คงจะพูดถึงนางตอนที่พวกเขำกำลังมีความสั