นจึงรู้ว่าเขำคงได้อธิบำยความเข้าใจผิดจนกระจ่ำงแล้วโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เอ่ยปำก“แก้ไขเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว”“พวกเขำเชื่อคำพูดของท่านหรือ” เฮ่อจือหร่านถำม“อืม ช่องโหว่ชัดเจนขนาดนั้นวางอยู่ตรงหน้ำ พวกเขำไม่เชื่อก็คงไม่ได้”ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะพูดกับทั้งสองคนอย่ำงไร เฮ่อจือหร่านไม่ได้ถำมไถ่อย่ำงละเอียด นางเพียงต้องการให้แน่ใจในผลลัพธ์ก็พอ“ต่อไปพวกเราจะทำนข้าวหรือทำอย่ำงอื่นร่วมกับตระกูลเซี่ยและตระกูลฟำงหรือไม่”เฮ่อจือหร่านคิดว่าท้องพระคลังเป็นสถำนที่ที่โม่จิ่วเยี่ยพำนางไปขนข้าวของมา สิ่งของในนั้นย่อมเป็นของพวกเขำทั้งคู่ตราบใดที่โม่จิ่วเยี่ยไม่มีความเห็นอื่น นางก็ไม่รังเกียจที่จะใช้ข้าวของครึ่งหนึ่งมาเลี้ยงดูคนตระกูลเซี่ยและคนตระกูลฟำงโม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ“ตำมแต่สถำนการณ์เถอะ ถึงอย่ำงไรก็เข้าใจผิดกันไปแล้ว ระวังอย่ำให้พวกเขำจับได้ว่ามีอะไรผิดปกติก็พอ”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจแล้ว “ได้ ข้าจะทำตำมที่ท่านบอก”ทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำ ก่อนเฮ่อจือหร่านจะออกไปเตรียมตัวล้ำงหน้ำปรากฏว่า นางเพิ่งเดินมาถึงหน้ำประตูห้องครัว กลับได้ยินเสียงที่ชวนให้คนใจเต้นหน้ำแดงดังมาจากมุมห้องซ้ำเฮ่อจือหร่านยังคุ้นเคยกับเสียงนี้มากด้วยนั่นคือเสียงของหลี่โหรวเอ๋อร์นางอดยกยิ้มไม่ได้ ตอนที่ถูกเผิงวั่งสอบปำกคำเมื่อครู่ ก็สังเกตเห็นแล้วว่าเจ้ำหน้ำที่คนนั้นมองหลี่โหรวเอ๋อร์ด้วยสายตำไม่ชอบมาพำกลพอนางออกมาก็เห็นหลี่โหรวเอ๋