เก็บกวาดโต๊ะทำนข้าวไปเรียบร้อยแล้วพี่สะใภ้อีกสองสามคนไปต้มน้ำร้อนที่ห้องครัว เตรียมล้ำงหน้ำล้ำงตำกันเล็กน้อยพูดถึงเรื่องการล้ำงหน้ำ เฮ่อจือหร่านไม่ได้อยู่เฉย นางยกอ่ำงน้ำร้อนมาให้โม่จิ่วเยี่ยล้ำงก่อนเวลาที่ไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วย โม่จิ่วเยี่ยเหมือนไม่ได้บาดเจ็บอะไรแม้แต่เคลื่อนไหวก็ยังค่อนข้างคล่องแคล่วโม่จิ่วเยี่ยรับอ่ำงน้ำที่นางยกเข้ามาวางไว้บนพื้น แล้วเอ่ยถำม“เมื่อครู่เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
ถึงแม้เขำจะออกไปข้างนอกไม่ได้ แต่เสียงเอะอะก็ไม่อาจเล็ดรอดโสตประสาทของเขำไปได้เฮ่อจือหร่านไม่ปิดบังอะไร นางเล่ำเรื่องที่ตนทุบตีพี่น้องตระกูลเหอจนยับเยินกับเรื่องที่เผิงวั่งตัดสินคดีกันไปให้ฟังรอบหนึ่งโม่จิ่วเยี่ยกำหมัดแน่น“รังแกคนเกินไปแล้วจริง ๆ”แต่ในเมื่อเฮ่อจือหร่านเอาคืนพี่น้องตระกูลเหอไปแล้ว และหลี่โหรวเอ๋อร์ที่เป็นพยานเท็จก็ไม่ได้รับผลดีอะไร นางจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรอีกเห็นโม่จิ่วเยี่ยกำลังโกรธ เฮ่อจือหร่านเอ่ยปลอบเขำเบำ ๆ “ข้าไม่ได้เสียเปรียบอะไร ท่านไม่ต้องไปโกรธคนพวกนั้น”โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดอะไรอีก แต่สายตำยังดูเคร่งขรึม เขำเตรียมตัวไปล้ำงหน้ำเฮ่อจือหร่านรู้ว่าตอนนี้ไม่สะดวกจะอยู่ที่นี่ต่อ นางจึงเดินออกไปและปิดประตูห้องให้เขำอย่ำงดีโอกำสพักผ่อนเช่นนี้หายาก เฮ่อจือหร่านนั่งพักบนเก้ำอี้เล็ก ๆในลานของโรงเตี๊ยมภายนอกเหมือนนางกำลังพักผ่อน แต่ความจริงจิตสานึกของนางได้เข้าไปในพื้นที่มิติแล้ว
นับตั้งแต่