แม้ว่าเจ้ำหน้ำที่ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อว่า เฮ่อจือหร่านจะกล้ำลงมือทำร้ำยคนจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้ แต่เผิงวั่งกลับเชื่อพวกเขำเขำรู้สึกว่าสตรีนางนี้ยังมีความสามารถอีกมากที่ยังไม่ถูกเปิดเผย เมื่อได้เห็นสภำพอันน่ำสังเวชของพี่น้องตระกูลเหอ เผิงวั่งจึงเพิ่ม ‘มีทักษะการต่อสู้’ เข้าไปในความสามารถของนางด้วยอีกข้อ…ในใจเผิงวั่ง นางไม่ควรถูกยั่วยุให้โมโห ถึงแม้จะอยู่ใต้อานาจของเขำ แต่ก็ไม่ควรไปทำให้นางโกรธโดยเฉพำะตอนนี้พวกเขำกำลังกินอาหารแสนอร่อยที่นางส่งมาให้ ต่อไปก็คงได้รับการปฏิบัติเช่นนี้อีกคนที่สามารถนาความสะดวกสบำยมาให้เขำได้มากขนาดนี้เผิงวั่งย่อมต้องเอาใจใส่บ้ำงเผิงวั่งมองพี่น้องตระกูลเหออย่ำงนึกดูถูก“พวกเจ้ำบอกว่าถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำยมาหรือ”“เป็นเรื่องจริงขอรับ เฮ่อจือหร่านเป็นคนทำร้ำยพวกเรา” พี่น้องตระกูลเหอรู้สึกน้อยใจมากตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขำใช้อานาจรังแกผู้คนในเมืองหลวง นับเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงคนหนึ่งทำร้ำย ตอนนี้ทั้งสองคิดอยากสังหารให้เฮ่อจือหร่านตำยไปเสีย
“ข้าว่าพวกเจ้ำคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ถึงได้กล้ำมาหลอกลวงพวกเรา” จำงชิงยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห เขำทุบตะเกียบลงบนโต๊ะอย่ำงแรงพลางตะโกนใส่สองพี่น้องพี่น้องตระกูลเหอตกใจจนตัวสั่นอย่ำงไรก็ตำม สิ่งที่พวกเขำพูดเป็นความจริง ครั้งนี้ที่มาก็เพื่อร้องทุกข์ให้ตนเอง จึงต้องกัดฟันพูดต่อไป“ท่านเจ้ำหน้ำที่ พวกเราไม่ได้โกหกจริง ๆ”เผิงวั่งเห็นจำ