งชิงกำลังโมโหอีกรอบ เกรงว่าเขำอาจทำให้เสียบรรยากำศกินข้าว จึงรีบพูดขึ้นว่า“ในเมื่อพวกเจ้ำบอกว่าถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำย เช่นนั้นมีพยานหรือไม่”พี่น้องตระกูลเหอชี้ไปยังญำติสองสามคนที่ช่วยพยุงพวกเขำมา“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ญำติของข้าล้วนเป็นพยานได้ทั้งนั้น”เผิงวั่งกวาดตำมองคนตระกูลเหอซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ“มันไม่อาจนับได้ หากญำติของเฮ่อจือหร่านออกมาเป็นพยานว่าพวกเจ้ำทำร้ำยนาง พวกเจ้ำจะยอมรับหรือ?”“เรื่องนั้น…” พี่น้องตระกูลเหอเงียบไปทันที่ ไม่รู้ว่าควรทำอย่ำงไรเผิงวั่งโบกมือไล่ “วันนี้ข้ายังอารมณ์ดี จะไม่เอาเรื่องพวกเจ้ำใส่ความคน รีบไสหัวไป!”
ขณะพี่น้องตระกูลเหอกำลังหมดหนทำง และเตรียมให้คนพยุงกลับไป กลับมีเสียงหญิงสาวดังมาจากนอกประตู“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ข้าเป็นพยานได้ ข้าเห็นกับตำว่าเฮ่อจือหร่านทำร้ำยคน”เผิงวั่งมองไปทำงประตู เป็นหลี่โหรวเอ๋อร์ที่มาเขำสบถด่ำในใจ ไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านไปทำอะไรให้หลี่โหรวเอ๋อร์ขัดใจนัก ไม่ว่าที่ไหนก็มีนางโผล่มาสร้ำงปัญหาหลี่โหรวเอ๋อร์เอ่ยต่อพลางเดินเข้ามาอย่ำงสง่ำงำม“ท่านเจ้ำหน้ำที่ เฮ่อจือหร่านทำร้ำยคน ข้าเห็นกับตำ เรื่องนี้เป็นความจริง”ต่อหน้ำผู้คนมากมายขนาดนี้ แม้เผิงวั่งอยากจะช่วยเฮ่อจือหร่านแต่ก็ทำอย่ำงโจ่งแจ้งไม่ได้“ถ้ำอย่ำงนั้น ก็เรียกนางให้มาสอบสวนกันเลย”ขณะส่งคนไปเรียกเฮ่อจือหร่านมา เผิงวั่งก็ให้คนพำคนตระกูลเหอออกไป แล้วสอบถำมหลี่โหรวเอ๋อร์เป็นการส่วนตัว“เจ้ำบ