ลือมากเกินไป เพราะจะทำให้พวกเขำไม่รู้จักซำบซึ้งและพอใจ แม้พวกนางจะช่วยเหลือ แต่ก็ควรทำทีละขั้นตอนดังนั้น อาหารที่แบ่งให้ตระกูลฟำงกับตระกูลเซี่ยจึงมีจำนวนน้อยกว่าเล็กน้อย โดยมีวัตถุประสงค์ว่าเป็นการดูแลผู้อาวุโสและเด็ก ๆแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขำก็รู้สึกซึ้งใจต่อสกุลโม่เป็นอย่ำงมากแล้วในช่วงเวลายากลาบำกเช่นนี้ การที่ใครสักคนแบ่งปันอาหารอันโอชะให้พวกเขำ ถือเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงแล้วส่วนความแค้นต่อโม่จิ่วเยี่ยเหมือนจะถูกลืมเลือนไปหมดแม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้แกล้งหมดสติอีกต่อไป แต่เขำก็ยังต้องแสดงท่ำทำงอ่อนแอและเคลื่อนไหวลาบำกต่อหน้ำคนอื่นเฮ่อจือหร่านจึงนาอาหารมาส่งยังห้องส่วนตัวของพวกเขำทั้งสองโดยเฉพำะ
เมื่อเห็นอาหารน่ำทำนและมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ บรรดำสตรีในสกุลโม่ต่ำงตื้นตันใจจนแทบจะร้องไห้โม่หานเยี่ยกุมมือของเฮ่อจือหร่านแน่น“พี่สะใภ้เก้ำ อาหารพวกนี้ท่านทำเองทั้งหมดเลยหรือ”เฮ่อจือหร่านยังไม่ทันได้ตอบ พี่สะใภ้ใหญ่ก็พูดขึ้นอย่ำงภำคภูมิใจว่า “อาหารพวกนี้ล้วนมาจากฝีมือของพี่สะใภ้เก้ำเจ้ำทั้งนั้นแค่มองน้ำลายก็หยดแล้วใช่หรือไม่”โม่หานเยี่ยพยักหน้ำหงึกหงัก ดวงตากลมโตเป็นประกำยเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม“พี่สะใภ้เก้ำของข้าเก่งที่สุด ไม่เพียงรู้วิชำแพทย์ กระทั่งเผชิญหน้ำกับพวกเจ้ำหน้ำที่ก็ไม่หวั่นเกรง ฝีมือการทำอาหารยังยอดเยี่ยมเช่นนี้อีก”ระหว่างที่พูด โม่หานเยี่ยก็เอนศีรษะพิงไหล่เฮ่อจือหร่านแล้ว“พี่สะ