ต่ก็ยังเป็นชีวิตคนอยู่ดี เจ้ำคงไม่ปล่อยให้พวกเขำตำยต่อหน้ำต่อตำใช่หรือไม่”เฮ่อจือหร่านตัดสินใจแล้ว นางกอดอกนั่งนิ่ง ไม่เกรงใจเผิงวั่งแม้แต่น้อย“เจ้ำหน้ำที่เผิง อย่ำพูดต่ออีกเลย ข้าพูดแล้วว่าไม่ช่วยก็คือไม่ช่วย”“เจ้ำ…” เผิงวั่งโมโหจัด ชี้นิ้วใส่เฮ่อจือหร่าน นึกอยากจะด่ำสักสองประโยค แต่สุดท้ำยก็อดกลั้นไว้“เฮ่อจือหร่าน ข้าแนะนาให้เจ้ำตระหนักได้สักหน่อย เส้นทำงไปซีเป่ยยังอีกไกล การทำให้ข้าไม่พอใจจะไม่เป็นผลดีต่อเจ้ำเลยสักนิด”เฮ่อจือหร่านเริ่มโมโหขึ้นมา ตอบกลับอย่ำงไม่ยอมแพ้เช่นกัน“คำพูดของท่านเจ้ำหน้ำที่เผิงไม่ถูกต้อง หากเป็นท่าน ท่านจะยอมยื่นมือไปช่วยชีวิตศัตรูของตัวเองหรือ”“เรื่องนี้…” เผิงวั่งถูกย้อนจนพูดไม่ออก
เขำพอจะมองออกว่า นางมีนิสัยดื้อรั้น หากใช้ไม้แข็งคงไม่ได้ผลเขำจึงพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดีอีกครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงคล้ำยกำลังปรึกษำ“เช่นนั้นเจ้ำลองเลือกรักษำคนที่ตนพอใจสักสองสามคนก็แล้วกัน”แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่อยากละทิ้งความทะนงของตนเอง แต่ก็เข้าใจหลักการที่ว่าไม่ควรทำให้เผิงวั่งโกรธมากเกินไปเมื่อเจอจังหวะโอกำส เวลาที่ควรใจเย็นก็ต้องเย็นนางมองกลุ่มคนที่เป็นลมแดด คนตระกูลฟำงยังพอมีเรี่ยวแรงทนไหว อาจเป็นเพราะตอนกลางวันได้กินปลาเข้าไป ร่างกายจึงต้ำนทำนได้อยู่บ้ำง ทั้งตระกูลจึงมีคนเป็นลมล้มพับไปเพียงสามคนส่วนตระกูลเหอกับตระกูลหลี่ทนไม่ไหวแล้ว คนป่วยสองตระกูลรวมกันมีสามสิบ