ต้กลับไปในทันที่แต่เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันของหลี่โหรวเอ๋อร์ สตรีสกุลโม่คนอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่พอใจแล้ว
โม่หานเยี่ยเดินมาข้างหน้ำ “หลี่โหรวเอ๋อร์ ท่านยังคิดว่าตนเองเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่จะร้องอะไรก็ได้มาอย่ำงง่ำยดำยอยู่อีกหรือ ท่านช่วยตระหนักถึงสถำนะของตัวเองด้วยว่าท่านก็เป็นแค่นักโทษเนรเทศคนหนึ่ง ในยามนี้ เพียงได้กินอิ่มท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ยังจะต้องใส่ใจกฎเกณฑ์พวกนั้นอีก นี่มันน่ำหงุดหงิดจริง ๆ”หากนางมีความสามารถเหมือนพี่สะใภ้เก้ำ ก็คงถอดรองเท้ำลงไปช่วยจับปลาในแม่น้ำตั้งนานแล้วยิ่งพี่สะใภ้เก้ำกลายเป็นคนที่นางปลาบปลื้มไปแล้ว โม่หานเยี่ยจะไม่ยอมให้ผู้ใดพูดจำใส่ร้ำยพี่สะใภ้เก้ำผู้เก่งกำจของนางเด็ดขำดสะใภ้ทั้งหลายเองก็คิดเช่นเดียวกัน ต่ำงคนต่ำงพูดใส่หลี่โหรวเอ๋อร์ขณะหลี่โหรวเอ๋อร์กำลังจะโต้แย้งกับพวกนาง จู่ ๆ ก็รู้สึกมีสิ่งของเหนียวเย็นกระแทกหน้ำนางทันที่และคนที่ลงมือคือเฮ่อจือหร่านนั่นเองหลังนางจับปลาตัวที่สามได้ ก็ปำใส่หน้ำหลี่โหรวเอ๋อร์ปลาไนถูกปำใส่หน้ำหลี่โหรวเอ๋อร์เข้าที่แก้มขวาอย่ำงแม่นยาคนสกุลโม่เห็นเหตุการณ์นั้น ก็รีบวิ่งเข้าไปเก็บปลาตัวนั้นอย่ำงทะนุถนอม พร้อมกับหัวเราะเยาะหลี่โหรวเอ๋อร์
แม้แต่เหล่ำเจ้ำหน้ำที่ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านก็หัวเราะออกมาหลี่โหรวเอ๋อร์รู้สึกว่าตัวเองเสียหน้ำเกินไปแล้วนางหันไปมองเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ด้วยความน้อยใจ“ท่านเจ้ำหน้ำที่ เฮ่อจือหร่านลงมือทำร้ำย