้นขึ้นมาหรือจะรอไปอีกสักพักโม่จิ่วเยี่ยเองก็กำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน
ภายนอกเขำเหมือนนอนหมดสติอยู่บนเกวียน แต่ความจริงแล้วกลับไม่เคยลดการป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียวตั้งแต่เช้ำจนถึงตอนนี้ เขำรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบตัวมาโดยตลอด กระทั่งยังลอบมองไปรอบ ๆ ในช่วงที่ผู้อื่นไม่ทันสังเกตจากการสังเกตของเขำ ไม่พบอันตรายใด ๆหลังจากพิจำรณำแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจว่าจะฟื้นขึ้นมาตอนที่เฮ่อจือหร่านกำลังจับชีพจรเขำอย่ำงตั้งใจอยู่นั้น เขำก็ส่งเสียงอือแผ่วเบำออกมาเผิงวั่งชี้ใส่โม่จิ่วเยี่ยอีกครั้งแล้วพูดว่า “เจ้ำดูสิ เขำจะฟื้นจริง ๆใช่หรือไม่”เฮ่อจือหร่านถอยมือที่จับชีพจรออก แสร้งทำเป็นดีใจตอบ “ใช่แล้ว สามีข้าฟื้นแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่ำกับสตรีคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็มายืนล้อม ความห่วงใยที่ปรากฏในดวงตาดูราวกับมาจากก้นบึ้งของหัวใจพูดได้ว่าฝีมือการแสดงของพวกนางนั้นแนบเนียนโดยแท้เฮ่อจือหร่านหยิบถุงน้ำจากเอว“ท่านพี่ ร่างกายท่านรู้สึกอย่ำงไรบ้ำง ดื่มน้ำให้ชุ่มคอสักหน่อยเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยให้ความร่วมมือนางเป็นอย่ำงดี เขำพยายามยกศีรษะขึ้นเล็กน้อย ดื่มน้ำไปสองอึกด้วยจากการช่วยพยุงของเฮ่อจือหร่านเผิงวั่งยังเตือนพวกเขำด้วยความหวังดี “ตอนนี้ร่างกายเขำยังอ่อนแอ ไม่เหมาะจะกินหมั่นโถวทันที่ ให้เขำดื่มน้ำมาก ๆ จะดีที่สุด”แม้จะเป็นการเอ่ยเตือน แต่น้ำเสียงก็ยังฟังไม่พอใจเหมือนเคย