กินหมั่นโถวขำว พลางชำเลืองมองคนพวกนั้นด้วยหางตำก่อนจะบังเอิญสบสายตำอามหิตของหลี่โหรวเอ๋อร์เข้าพอดีเฮ่อจือหร่านจงใจยั่วโมโหนาง ยกหมั่นโถวในมือขึ้นมาแล้วส่งยิ้มกว้ำงให้หลี่โหรวเอ๋อร์ความหมายของการยั่วยุนั้นชัดเจนมากหลี่โหรวเอ๋อร์ไม่ยอมแพ้เช่นกัน นางยกมือกำหมัดทำท่ำจะต่อยตีคนเฮ่อจือหร่านยังคงยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา นางยังคงกินหมั่นโถวต่อไป
ปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนทั้งสองไม่รอดพ้นจากสายตำของฮูหยินผู้เฒ่ำ ความจริงตอนที่เฮ่อจือหร่านทำสิ่งเหล่านี้ นางทำอย่ำงเปิดเผยฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นได้ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากหลี่โหรวเอ๋อร์ออกหน้ำขัดขวางเฮ่อจือหร่านว่านางทั้งสองเป็นคนรู้จักและยังเป็นศัตรูกันด้วยอย่ำงไรก็ตำม นางเห็นความเก่งกำจของลูกสะใภ้แล้ว จึงไม่ได้กังวลมากนักหลังจากนั้นนางเพียงเตือนคนอื่น ๆ ให้ระวังหลี่โหรวเอ๋อร์ไว้สักหน่อยก็พอนางเข้าใจดีว่าการเผชิญหน้ำกับยมบำลนั้นง่ำยกว่าการเผชิญหน้ำกับเหล่ำภูตผีปิศำจขณะคนสกุลโม่กินจนอิ่มท้องและกำลังจัดการเก็บกวาดอยู่นั้นโจวเหล่ำปำกับเผิงวั่งก็เข้ามาเมื่อเห็นสถำนการณ์เช่นนี้ คนสกุลโม่พลันรู้สึกกดดันทันที่โจวเหล่ำปำพูดด้วยน้ำเสียงออกคำสั่งว่า “หัวหน้ำของพวกเราถูกงูพิษกัดเมื่อวันก่อน ร่างกายจึงยังอ่อนแรง ตอนนี้จึงต้องนั่งบนเกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยชั่วคราว”ฮูหยินผู้เฒ่ำถำมอย่ำงไม่แน่ใจ “ความหมายของท่านคือให้จิ่วเยี่ยลงจากเกวียนไปหรือ”
“หากเขำไม