ว เจ้ำนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องเดินทำงต่อ” โม่จิ่วเยี่ยเป็นห่วงว่าร่างกายของหญิงสาวจะทนไม่ไหวเป็นเพราะพูดคุยกันมานานและยังใช้สมองขบคิดเรื่องมากมายเฮ่อจือหร่านจึงเริ่มง่วงงุนบ้ำงแล้ว“ได้ ท่านก็รีบพักผ่อนเถอะ”นางคิดว่าเมื่อหลับตำลงแล้วจะหลับไป แต่เฮ่อจือหร่านยังคงพลิกตัวไปมา แม้จะรู้สึกง่วง แต่ก็ยังไม่สามารถข่มตำหลับได้พื้นที่บนเกวียนไม้ไม่ได้กว้ำงขวาง ร่างกายของนางกับโม่จิ่วเยี่ยจึงเกือบแนบชิดเบียดกันการรับรู้ถึงอุณหภูมิของกันและกัน ไม่ได้ส่งผลกับเฮ่อจือหร่านเท่านั้น กระทั่งโม่จิ่วเยี่ยก็ยังนอนไม่หลับ
เขำสัมผัสได้ว่าจังหวะลมหายใจเข้าออกของนางไม่สม ่ำเสมอ โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งเสียงแผ่วเบำ“การแกล้งหมดสติไม่ใช่วิธีที่ทำได้ตลอด ข้าตั้งใจจะรอจังหวะตื่นขึ้นมาหลังจากพวกเราออกจากเขตของเมืองหลวง”“เรื่องนี้ท่านตัดสินใจเองเถอะ” เฮ่อจือหร่านตอบอย่ำงคลุมเครือความจริงแล้ว ขณะกล่าวประโยคนั้น โม่จิ่วเยี่ยมีเจตนาแอบแฝงสตรีคนนี้สามารถรู้ล่วงหน้ำได้ว่าจวนฮู่กั๋วกงจะถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ ไม่แน่ว่านางอาจจะรู้เรื่องอื่น ๆ อีกก็เป็นได้เขำพูดเช่นนั้นไปก็เพื่อจะล้วงความลับจากเฮ่อจือหร่านแต่อีกฝ่ำยกลับบอกให้เขำตัดสินใจเองและไม่ได้เอ่ยเรื่องอะไรที่ชายหนุ่มไม่รู้“เจ้ำไม่สงสัยเลยหรือว่าเหตุใดข้าถึงตั้งใจจะรอจนออกไปเขตเมืองหลวงก่อนจึงค่อยฟื้น”“ข้าคิดว่าท่านคงกังวลว่าองค์จักรพรรดิจะจับตำมองอยู่”เฮ่อจือหร่