กนี้กับโม่จิ่วเยี่ยชายหนุ่มไม่ได้สังเกตสีหน้ำท่ำทำง เขำเพียงฟังเสียง แต่ไม่ได้สังเกตว่าเฮ่อจือหร่านกำลังปิดบังความในใจอะไรอยู่
“ตระกูลเหอและตระกูลหลี่มีเรื่องบาดหมางกับข้าพอสมควร”เฮ่อจือหร่านเห็นว่าเขำอยากจะพูด นางเองก็นอนไม่หลับ จึงตัดสินใจตั้งใจฟัง“มีเรื่องบาดหมางอะไรหรือ” นางถำม“เดิมทีเหอจื่อหยวนเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม ตอนที่ข้านาทัพออกรบ เขำจงใจยักยอกเสบียงอาหารเพื่อหาเงินเข้าตนเอง และข้าเคยกราบทูลกับองค์จักรพรรดิเรื่องนี้ พระองค์ส่งคนไปสอบสวนอย่ำงละเอียด ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พระองค์เพียงสั่งลดตำแหน่งของเหอจื่อหยวน จากเสนาบดีกรมกลาโหมเป็นรองเสนาบดีกรมกลาโหม”หลังฟังจากคำบอกเล่ำของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็เริ่มคำดเดำอีกครั้ง“ตำมคำพูดของท่าน องค์จักรพรรดิทรงมีความคิดที่จะจัดการคนสกุลโม่มาตั้งแต่แรกแล้ว พระองค์ไม่ได้ลงโทษเหอจื่อหยวนทันที่แต่ปล่อยให้เขำสร้ำงปัญหาให้ท่าน?”โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่าสตรีผู้นี้จะสามารถวิเคราะห์เรื่องราวได้ลึกซึ้งเพียงนี้ตัวเขำใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะคิดเรื่องพวกนี้ และได้ข้อสรุปหลังจากการไตร่ตรองอย่ำงละเอียด
เขำรู้สึกว่าเฮ่อจือหร่านคนนี้ไม่ธรรมดำจริง ๆเมื่อพูดคุยมาถึงขั้นนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็เริ่มสนใจ“แล้วตระกูลหลี่เล่ำ”เมื่อพูดถึงความคับข้องใจกับตระกูลหลี่ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดอย่ำงไรหลังจากชั่งใจอยู่พักใหญ่ เขำก็ตัดสินใจ