ารดำของนาง
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเป็นคนใจดีเกินไป เพราะสุดท้ำยแล้วตระกูลเหล่านั้นก็คิดร้ำยต่อคนสกุลโม่อยู่แล้ว
แม้ว่าครอบครัวของพี่สะใภ้รองจะไม่ได้ด่ำทอคนสกุลโม่เหมือนตระกูลอื่น ๆ แต่ความเกลียดชังที่มีต่อคนสกุลโม่ในสายตำของพวกเขำก็ปิดซ่อนไว้ไม่มิด
“พี่สะใภ้รองยังกินไม่อิ่มหรือ” เฮ่อจือหร่านแกล้งทำไม่เข้าใจ
พี่สะใภ้รองโบกมืออย่ำงแรง
“ไม่ใช่ ข้าอยากนามันไปให้หลานชาย”
นางพูดจบ ก็เห็นเฮ่อจือหร่านยังไม่ยอมให้หมั่นโถว พี่สะใภ้รองก็รู้ว่าอีกฝ่ำยอาจจะไม่เต็มใจ
“น้องสะใภ้เก้ำ บิดำข้ากับคนสกุลโม่ต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ ตอนกลางวันคนมากจึงมากคำพูด พวกเราจึงไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ข้าจึงคิดว่าจะฉวยโอกำสกลางดึกแบบนี้นาหมั่นโถวไปให้หลานชายและไปถำมพวกเขำด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เห็นสะใภ้รองพูดถึงขนาดนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่อาจนิ่งเฉยต่อได้
ยิ่งไปกว่านั้น นางมาขอหมั่นโถวไปให้เด็กกิน ความแค้นของผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวอะไรกับเด็ก
อย่ำงน้อยจะได้ฉวยโอกำสนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดตระกูลเหล่านั้นจึงคิดร้ำยต่อคนสกุลโม่ขนาดนี้
เฮ่อจือหร่านหยิบหมั่นโถวขำวออกมาจากห่อผ้ำ แล้วยื่นมือเข้าห่อผ้ำของตัวเองอีกครั้ง หยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาสองชิ้น
“พี่สะใภ้รอง นาของพวกนี้ไปเถอะ”
เมื่อเห็นว่ายังมีเนื้อวัวตุ๋นซอสอีก สะใภ้รองก็ซำบซึ้งใจจนกล่าวขอบคุณไม่หยุด
“ขอบใจเจ้ำมาก น้องสะใภ้เก้ำ ข้าจะไปถำมเรื่องให้กระจ่ำงแล้วกลับม