ัวเช่นกัน”
พูดจบ นางจึงขดตัวนอนข้าง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่ำ
ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่กล้ำมองบุตรสาวอีก ยิ่งมองนางก็ยิ่งปวดใจ ได้แต่เบือนหน้ำไปทำงอื่น
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยสะดวกในการทำนอาหารเย็น เฮ่อจือหร่านจึงพิงเกวียนไม้หลับพักผ่อน
ในชำติก่อน ตอนออกทำภำรกิจนอกสถำนที่ นางมักต้องนอนกลางแจ้งในป่ำอยู่บ่อย ๆ สาหรับเรื่องเหล่านี้ นางจึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ยอมรับไม่ได้
สะใภ้ทั้งหลายเห็นแม่สามีและคนอื่นพักผ่อนไปแล้ว ถึงแม้ในใจจะมีความคิดเช่นเดียวกับโม่หานเยี่ย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่ำทีออกมาเพียงแอบอิงนอนกับพื้น
อาจเป็นเพราะทุกคนเหนื่อยจากการเดินทำงมากเกินไป หลังล้มตัวลงได้ไม่นานก็หลับไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านยังไม่ได้หลับ เพียงแค่แกล้งหลับตำเท่านั้น
ตอนที่นางกำลังจะลืมตำสังเกตว่าทุกคนหลับสนิทดีหรือยัง ก็พบว่าพี่สะใภ้รองลุกนั่งขึ้นมา
พี่สะใภ้รองย่องเข้ามาหาเฮ่อจือหร่าน แล้วเอ่ยกระซิบ “น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำหลับหรือยัง”
เฮ่อจือหร่านใช้เสียงเบำตอบกลับไปเช่นกัน “ยังเจ้ำค่ะ พี่สะใภ้มีอะไรหรือ”
ยามนี้แสงจันทร์ส่องสว่าง จึงเห็นได้ชัดว่าสีหน้ำของพี่สะใภ้รองดูกังวลใจ คล้ำยมีเรื่องจะขอร้องนาง
“อา…คือว่า…น้องสะใภ้เก้ำ ข้าอยากขอหมั่นโถวขำวจากเจ้ำสักลูก”
ขณะสะใภ้รองเอ่ย เห็นได้ชัดว่านางกังวลมาก ไม่เพียงแต่พูดตะกุกตะกักสองมือยังคอยดึงชายเสื้อไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านเดำได้ถึงเจตนาของพี่สะใภ้รองทันที่ นั่นคือนางต้องการเอาไปให้ครอบครัวฝั่งม