จำงชิงเป็นคนใจร้อน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเมื่อถูกนักโทษเนรเทศตะโกนใส่ เขำจึงหยิบแส้ที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมาตำมความเคยชินโจวเหล่ำปำเห็นท่ำไม่ดี จึงรีบเข้ามาขวางไว้“เจ้ำใจเย็น ๆ หน่อย”จำงชิงไม่พอใจ พยายามจะเดินอ้อมโจวเหล่ำปำคิดจะไปสั่งสอนนางต่อโม่จิ่วเยี่ยนอนคว ่ำอยู่บนเกวียนไม้ มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่ำงๆเขำเห็นจำงชิงมีท่ำทีจะลงมือ ก็เตรียมจะลุกขึ้นไปช่วยไม่ว่าอย่ำงไร โม่จิ่วเยี่ยคนนี้ก็ไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกภรรยาของตัวเองแน่สตรีสกุลโม่ก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขำ นับตั้งแต่เฮ่อจือหร่านไปช่วยถอนพิษงูให้เผิงวั่ง พวกนางก็ไม่เคยวางใจเลยกระทั่งหลงลืมความหิวโหยที่อยู่ในท้องไปแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำสังเกตเห็นร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยที่สั่นเทิ้มอย่ำงรุนแรง ก็คำดเดำความคิดของบุตรชายออกเพื่อไม่ให้กระทบต่อสถำนการณ์โดยรวม ฮูหยินผู้เฒ่ำจึงนั่งอยู่ข้างเกวียนไม้พลางกระซิบเตือน
“อย่ำใจร้อน”แต่โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ใจร้อนได้อย่ำงไร?ไม่ว่าตนเองจะมีใจให้เฮ่อจือหร่านหรือไม่ก็ตำม ในฐำนะบุรุษเพียงคนเดียวของสกุลโม่ หากแม้แต่สตรีในบ้ำนยังปกป้องไม่ได้แทนที่จะมีชีวิตอยู่อย่ำงขี้ขลาด สู้ให้เขำตำยไปเสียยังดีกว่าแต่เพื่อไม่ให้มารดำเป็นกังวล เขำจึงฝืนใจข่มความรู้สึกอยากลุกนั้นไว้ในตอนนั้นเอง เฮ่อจือหร่านก็ลุกยืนออกมาจากหลังต้นไม้ เดินไปทำงเจ้ำหน้ำที่เมื่อมองท่ำทำงอันนิ่งสงบของนางแล้ว เหมือนนางไม่กลัวแส้ของจำงชิงเลยแม้แต่น้อยโจวเหล่ำป