ำรั้งแขนข้างหนึ่งของจำงชิงไว้ ไม่ให้เขำขยับ จากนั้นจึงถำมเฮ่อจือหร่าน“หัวหน้ำของพวกเราเป็นอย่ำงไรบ้ำง”เฮ่อจือหร่านสังเกตเจ้ำหน้ำที่เหล่านี้มาตั้งแต่ตอนที่พบกันครั้งแรกแล้ว จำงชิงเป็นคนใจร้อน พูดจำไม่กี่คำก็คิดจะลงมือทำร้ำยคนแล้วเข้าใจได้ว่าเขำคงเป็นคนหัวไม่ดีแต่มีร่างกายแข็งแรง
ส่วนโจวเหล่ำปำกลับตรงข้ามอย่ำงสิ้นเชิง เขำเป็นคนใจเย็นและมีสติเวลาเจอเหตุการณ์อะไร เป็นคนที่รอบคอบและมีแผนการดังนั้น นางจึงเมินเฉยต่อสายตำที่มองมาของจำงชิง ก่อนเอ่ยกับโจวเหล่ำปำ“ไม่ต้องห่วง เขำตำยไม่ได้หรอก”โจวเหล่ำปำยังไม่ทันอ้ำปำก จำงชิงก็สะบัดมือที่จับรั้งไว้ออกอย่ำงแรง วิ่งไปดูคนที่หลังต้นไม้“เฮ่อจือหร่าน หากเจ้ำกล้ำโกหก ข้าจะตีเจ้ำให้ตำย”เฮ่อจือหร่านขี้เกียจจะมองเขำ ยืนกอดอกอยู่ที่เดิมโจวเหล่ำปำฉลาดกว่าจำงชิงมาก เขำไม่ได้ตำมจำงชิงไปดูเผิงวั่งแต่ถำมเฮ่อจือหร่านต่อ“เจ้ำแน่ใจหรือว่าพิษงูของหัวหน้ำถูกถอนแล้ว”“ข้ามั่นใจ และยังสามารถบอกได้อย่ำงชัดเจนว่า เขำจะฟื้นภายในหนึ่งชั่วยาม”โจวเหล่ำปำเห็นท่ำทำงสบำยอารมณ์ของเฮ่อจือหร่านแล้ว เขำก็สามารถยืนยันได้ว่านางไม่ได้พูดโกหก“ดี ตราบใดที่หัวหน้ำฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะไม่ลงโทษเจ้ำ”
เฮ่อจือหร่านทำตัวยุ่งวุ่นวายมานานแล้ว สิ่งที่นางรอคอยก็คือประโยคนี้ อย่ำงไรก็ตำม จิตสานึกยังบอกนางว่าก่อนที่เผิงวั่งจะฟื้นคำพูดของคนอื่นไม่อาจเชื่อถือได้ทั้งหมด“เอาเถอะ พวกท่านไปดูแลเจ้ำหน้ำที่เ