ดอยู่นั้น โม่หานเยี่ยก็เอ่ยขึ้นด้วยท่ำทำงน่ำสงสาร“ท่านแม่ ข้าทั้งหิวทั้งง่วง จะทำอย่ำงไรดี”ฮูหยินผู้เฒ่ำปวดหัวอีกครั้งโม่หานเยี่ยเติบโตมาด้ำยการถูกตำมใจตั้งแต่เด็ก สะใภ้คนอื่น ๆรวมถึงตัวนางเอง ใครบ้ำงที่ไม่ได้เป็นคุณหนูซึ่งเติบโตมาในตระกูลร ่ำรวยต้องทนหิวและนอนกลางแจ้งทั้งคืน หากพรุ่งนี้มีคนไม่เจ็บป่วยก็เป็นเรื่องแปลกแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำลูบศีรษะยุ่ง ๆ ของโม่หานเยี่ยด้วยความสงสาร ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หานเยี่ย พวกเราเพิ่งออกเดินทำงมาได้วันแรก ต่อไปก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ เจ้ำต้องรู้จักปรับตัว”เมื่อเผชิญหน้ำกับคนรุ่นหลัง นางจำเป็นต้องเข้มแข็ง หากแสดงท่ำทีสิ้นหวังต่อหน้ำพวกเขำ จิตใจของทุกคนคงพังทลายแน่นอนตอนนี้เฮ่อจือหร่านเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเผิงวั่งเป็นคนเช่นไร
หากเขำรู้จักสานึกบุญคุณก็ยังดี หลังจากฟื้นขึ้นมาแล้ว เขำย่อมต้องดูแลคนสกุลโม่บ้ำงแต่ในทำงตรงกันข้าม ถ้ำเขำหันหลังให้ และทำเป็นไม่รู้จักคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้ สิ่งที่นางทำในวันนี้ก็จะสูญเปล่ำถ้ำเป็นเช่นนั้นจริง ๆ การช่วยให้สภำพความเป็นอยู่ของคนสกุลโม่ดีขึ้น ก็คงต้องหาวิธีอื่นเฮ่อจือหร่านหวังว่าเผิงวั่งจะฟื้นขึ้นมาเร็ว ๆ และหวังมากกว่านั้นว่าอีกฝ่ำยจะเป็นคนรู้จักสานึกบุญคุณเมื่อเป็นเช่นนั้น บำงทีพวกนางอาจมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้ำงในคืนนี้ขณะเฮ่อจือหร่านพิงเกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยพลางครุ่นคิดอยู่นั้นก็แว่วเสียงหัวเราะมาจากทิศทำงของพวกเจ้ำ