งซึ่งแฝงไปด้วยความสงสัยของแม่สามีก่อนจะทำเรื่องพวกนี้ นางเองก็ได้คิดเอาไว้แล้วในบรรดำความลับมากมายของนาง สิ่งเดียวที่สามารถเปิดเผยได้มีเพียงวิชำแพทย์ดังนั้น นางจึงต้องหาข้ออ้ำงที่สมเหตุสมผลที่สุด
“ท่านแม่เจ้ำคะ ตอนข้ายังเด็ก โชคดีที่ได้รับตำราแพทย์ที่ผู้มีวิชำท่านหนึ่งทิ้งไว้ ท่านเองก็รู้ว่าข้าไม่ค่อยชอบออกไปข้างนอกปกติยามอยู่บ้ำนจึงใช้ตำราแพทย์อ่านแก้เบื่อ เมื่อเวลาผ่านไปนานข้าก็เข้าใจเนื้อหาในตำราแพทย์ทั้งหมดอย่ำงถ่องแท้ ตอนนี้การรักษำคนสาหรับข้าจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย”สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้มาคือเฮ่อจือหร่านมักไม่ออกจากบ้ำนจริง ๆดังนั้น นางจึงไม่สงสัยในข้ออ้ำงจากปำกเฮ่อจือหร่าน“ในเมื่อเจ้ำรู้วิชำแพทย์จริง ๆ ข้าเองก็วางใจได้แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่ำคิดว่าต่อหน้ำคนในครอบครัว ย่อมไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม จึงแสดงอารมณ์ของตนเองออกมาตำมตรงตอนนี้เฮ่อจือหร่านกำลังเหนื่อยมากนางกวาดสายตำมองไปรอบ ๆ นอกจากพื้นหญ้ำแล้ว ที่นี่ก็มีแต่ต้นไม้ใหญ่ตอนเจ้ำหน้ำที่เข้ามาตรวจยึดจวน พวกเขำไม่ให้พวกนางนาสิ่งของติดตัวมาด้วยแม้แต่อย่ำงเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห่อสัมภำระถึงแม้ว่าในมิติลับของนางจะมีผ้ำห่มขนเป็ดที่เก็บไว้ตั้งแต่ชำติก่อน แต่ก็ไม่สามารถนาออกมาใช้ได้
สิ่งนี้ทำให้นางนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่ง นั่นคือเงำเดียวดำยท่ำมกลางฟ้ำดินให้ข้าเดินทำง ฟ้ำเป็นผ้ำห่ม ดินเป็นเสื่อ ภูเขำและแม่น้ำเป็นหมอนขณะเฮ่อจือหร่านกำลังครุ่นคิ