โม่หานเยี่ยเบิกตำกว้ำง มองฮูหยินผู้เฒ่ำด้วยสีหน้ำตกใจ“ท่านแม่ ข้ามีเงินที่ไหนกัน”“หากไม่มีเงินก็กินอะไรที่มีอยู่เถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่ใช่ว่าไม่สงสารบุตรสาว เพียงแต่ตอนที่นางออกมาจากจวน เงินที่ซ่อนไว้ก็ถูกยึดไปจนหมด ตอนนี้นางก็ไม่มีอะไรติดตัวเลยถึงแม้ลูกสะใภ้ทั้งหลายจะมีเงินติดตัวอยู่บ้ำง แต่ในฐำนะผู้ใหญ่นางก็ไม่อาจเอ่ยปำกขอเงินจากลูกหลานได้“ท่านแม่ ข้ามีเงินอยู่นิดหน่อย ไม่สู้ให้นางไปซื้อหมั่นโถวขำวจากเจ้ำหน้ำที่ดีหรือไม่”เห็นน้องสาวซึ่งปกติร่ำเริงต้องร้องไห้เพราะอยากกินอะไรสักอย่ำง สะใภ้สามก็อดสงสารไม่ได้“พี่สะใภ้สาม ไม่ต้องรีบร้อน ลองดูก่อนว่าคนอื่นจะทำอย่ำงไร”นี่คือความตั้งใจของเฮ่อจือหร่าน เงินในท้องพระคลังทั้งหมดอยู่ในมิติลับของนาง นางจึงไม่เสียดำยที่จะซื้อหมั่นโถวขำวให้คนในครอบครัวกินเพียงแต่ตอนนี้ถูกเนรเทศมาวันแรก ยังไม่ทันได้สารวจท่ำทีของเจ้ำหน้ำที่และนักโทษคนอื่น ๆ นางไม่อยากโดดเด่นจนเกินไป
“สะใภ้เฮ่อพูดถูก ลองสังเกตพวกเขำไปก่อน” ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นด้วยคนสกุลโม่ทั้งหมดต่ำงเชื่อฟัง คอยมองสถำนการณ์อยู่เงียบ ๆเมื่อกล่าวถึงอีกสี่ตระกูลที่ถูกเนรเทศมาด้วย พวกเขำก็ช่ำงโชคร้ำยคนทั้งหมดได้รับพระราชโองการยึดทรัพย์สินและเนรเทศไปซีเป่ยพร้อมกับจวนฮู่กั๋วกงโดยไม่ทันตั้งตัว อาจพูดได้ว่าเป็นการตัดสินพระทัยที่กะทันหันของจักรพรรดิซุ่นอู่ด้วยเหตุนี้ คนทั้งสี่ตระกูลจึงแทบจะไม่มีอะไรติดตัวมาเลยป