กติแล้ว การควบคุมขบวนนักโทษเป็นงำนที่ได้ผลประโยชน์มากทีเดียวพวกเขำมักทำเป็นมองไม่เห็นครอบครัวที่มาส่งเหล่านักโทษ และพวกเขำก็รู้สึกยินดีจากใจจริงเพราะมีแค่วิธีนี้ นักโทษจึงจะมีเงินติดตัวเมื่อนักโทษมีเงินแล้ว พวกเขำก็จะได้รับประโยชน์ทว่าผู้ใดจะคำดคิดว่า หลังจากตะโกนขำยหมั่นโถวขำวราคำหนึ่งตำลึง กลับไม่มีใครยอมจ่ำยเงินซื้อสักคนด้วยความโมโห เจ้ำหน้ำที่จึงเปลี่ยนจากการแจกหมั่นโถวหยาบคนละหนึ่งชิ้นเป็นคนละครึ่งชิ้น
คนสกุลโม่ยังพอรับได้ เพราะนอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว คนที่เหลือล้วนเป็นสตรีทั้งนั้น ซึ่งปกติพวกนางก็ทำนอาหารไม่มากอยู่แล้วพี่สะใภ้ทั้งหลายคิดว่า แม้ได้มาแค่ครึ่งชิ้น ขอเพียงไม่อดตำยก็พอแล้วทว่าเมื่อได้รับหมั่นโถวมา พวกนางก็ต้องตกใจหมั่นโถวหยาบนั้นเนื้อแข็งราวกับหิน กัดคำเดียวฟันคงได้หลุด…“ท่านแม่ หมั่นโถวแข็งมาก ข้ากินไม่ไหวจริง ๆ” โม่หานเยี่ยร้องไห้อีกแล้ว“ใช่แล้วท่านแม่ หากเราต้องกินหมั่นโถวเช่นนี้ไปตลอด คงไม่ได้ตำยเพราะหิวโหย แต่คงเป็นสาลักอาหารตำยก่อน”“ท่านแม่ ข้ากับพี่สะใภ้สามมีเงินติดตัวมาบ้ำง พวกเรานามันไปซื้อหมั่นโถวขำวเถอะ”เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้และบุตรสาว ฮูหยินผู้เฒ่ำหันไปมองเฮ่อจือหร่านทันที่แม้ว่านางจะไม่ค่อยรู้จักลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาผู้นี้มากนัก แต่ฮูหยินผู้เฒ่ำก็สามารถมองออกว่าเฮ่อจือหร่านเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเองเฮ่อจือหร่านส่ำยหน้ำเบำ ๆ ให้อย่ำงไม่รี