สื้อยื่นให้หัวหน้ำเจ้ำหน้ำที่เขำไม่อยากเปิดเผยตัวตน จึงบอกกับเจ้ำหน้ำที่ด้วยน้ำเสียงสุภำพ“รบกวนท่านช่วยให้เวลาข้าสักหน่อย”เจ้ำหน้ำที่ชั่งน้ำหนักถุงเงินในมือ“ให้เวลาหนึ่งก้ำนธูป รีบหน่อย”“ได้” เฮ่อเยวียนหมิงตอบรับ จูงมือหลิงเสวี่ยเหยาเดินมาหาเฮ่อจือหร่านอย่ำงรวดเร็วขณะเดินผ่านฮูหยินผู้เฒ่ำ เฮ่อเยวียนหมิงตั้งใจดึงผ้ำคลุมหน้ำออกเล็กน้อยฮูหยินผู้เฒ่ำจำได้ว่าเป็นใคร ก็เข้าใจและพำคนอื่น ๆ เดินห่ำงออกไป ปล่อยให้เฮ่อจือหร่านอยู่พวกเขำเพียงลาพังเมื่อเห็นบุตรสาวในชุดผ้ำป่านเนื้อหยาบ น้ำตำของหลิงเสวี่ยเหยาไหลพรากเป็นหยดใหญ่
นางกอดร่ำงบอบบำงของเฮ่อจือหร่าน สะอื้นเอ่ย “หร่านหร่านเป็นความผิดของแม่ที่ทำไม่ดีกับเจ้ำ ฮือ… แม่ไม่ควรร่วมมือกับพ่อเจ้ำบังคับให้เจ้ำแต่งเข้าสกุลโม่… เป็นความผิดของแม่เอง…”ในชำติก่อนพ่อแม่ของเฮ่อจือหร่านหย่ำร้ำงกันตั้งแต่นางเริ่มรู้ความ นางเป็นเหมือนภำระในสายตำของพ่อแม่นางไม่เคยได้รับความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมจากพวกเขำแม้แต่น้อยตอนนี้ถูกมารดำเจ้ำของร่ำงเดิมกอดไว้ ความรู้สึกนี้ช่ำงประหลาดใจอย่ำงยิ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกขัดเขินเลยมือของเฮ่อจือหร่านลังเลอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็วางมือลงบนหลังของหลิงเสวี่ยเหยาตบเบำ ๆ สองสามครั้ง