รณ์ เมื่อถูกเจ้ำหน้ำที่ตะโกนใส่ พวกเขำก็ยิ่งไม่ยอมรับและไม่พอใจมากพวกเขำต่ำงพำกันโต้เถียงไปมาในสายตำของเจ้ำหน้ำที่ คนพวกนี้เหมือนกับคนที่ตำยไปแล้ว จะยังคอยทำตำมเอาใจพวกเขำได้อย่ำงไรเจ้ำหน้ำที่คนหนึ่งหยิบแส้ขึ้นมา ฟำดใส่คนที่พูดมากไปหลายคนในทันที่
“รนหาที่ตำยเสียแล้ว หากพวกเจ้ำไม่อยากมีชีวิตรอดไปถึงซีเป่ยก็บอกมาตำมตรง ข้าจะได้สงเคราะห์ให้”ความเจ็บปวดจากแส้ที่ฟำดลงบนร่างกายทำให้พวกเขำได้สติกลับมาเมื่อก้มมองชุดผ้ำป่านหยาบกร้ำนสภำพย ่ำแย่กว่าชำวบ้ำนทั่วไปพวกเขำจำต้องยอมรับว่าตนเองถูกยึดทรัพย์และเนรเทศแล้วจริง ๆเมื่อมองแส้ในมือของเจ้ำหน้ำที่ พวกเขำก็ไม่กล้ำโมโหอีกอย่ำงไรก็ตำม พวกเขำยังคงจ้องมองคนกสุลโม่อยู่ดีกลุ่มสตรีสกุลโม่นาโดยฮูหยินผู้เฒ่ำไม่สนใจสีหน้ำของพวกเขำราวกับไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่พวกเขำกระทำเจ้ำหน้ำที่ตะโกนเสียงดัง “ในเมื่อยังเช้ำอยู่ พวกเราก็ออกเดินทำงเสีย”ทันใดนั้น เห็นรถม้ำคันหนึ่งขับออกมาจากเมืองหลวง“รอก่อน… ช่วยหยุดก่อน…” คนบังคับรถม้ำตะโกนเรียกทุกคนต่ำงหรี่ตำมองรถม้ำจอดลงอย่ำงรวดเร็วตรงหน้ำขบวนคนบังคับรถม้ำกระโดดลงมาเปิดผ้ำม่านคนสองคนเดินออกมาจากด้านใน พวกเขำสามผ้ำคลุมหน้ำ
ดูจากรูปร่ำงของพวกเขำ เป็นชายหญิงคู่หนึ่ง ดูเหมือนจะอายุมากแล้วทั้งสองก้ำวลงจากรถ สายตำกวาดมองท่ำมกลางกลุ่มคนสุดท้ำยก็หยุดมองเฮ่อจือหร่านเฮ่อเยวียนหมิงเดินเข้ามาสองสามก้ำว หยิบเงินถุงใหญ่ออกมาจากอกเ