ได้แน่แม้จะเกลียดชังจักรพรรดิซุ่นอู่ แต่ระเบียบข้อปฏิบัติที่ควรมีก็ไม่อาจละทิ้งได้ฮูหยินผู้เฒ่ำคุกเข่ำลงเป็นคนแรกสะใภ้ทั้งแปดและโม่หานเยี่ยเห็นดังนั้นจึงคุกเข่ำลงตำมเฮ่อจือหร่านไม่อยากทำเช่นนั้น แต่ไม่อาจแสดงท่ำทีแตกต่ำงจากคนอื่นมากเกินไปโชคดีที่เสื้อผ้ำของคนยุคโบราณมีชายกระโปรงกว้ำง นางจึงดึงชายกระโปรงปิดบังขำของตนเอง นั่งยองอยู่ด้านหลังทุกคน“ตำมบัญชำจากสวรรค์ องค์จักรพรรดิมีพระราชโองการ จากการสอบสวนฮู่กั๋วกง โม่จิ่วเยี่ยได้ร่วมมือกับโจรต่ำงถิ่น ยักยอกเสบียงอาหาร และสมคบคิดกับขุนนางในราชสานักก่อการกบฏหลายครั้ง องค์จักรพรรดิปัจจุบันทรงเมตตำ นึกถึงบรรพชนของสกุลโม่ที่ภักดีและทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน จึงละเว้นโทษประหาร บัดนี้ให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ขำยบ่ำวรับใช้ และเนรเทศคนสกุลโม่ไปยังซีเป่ย*[1]…”โชคดีที่พวกเขำเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว จึงไม่รู้สึกสิ้นหวังกับพระราชโองการอยุติธรรมเช่นนี้
กระทั่งจะเรียกร้องทุกข์ให้ตนเองก็ไม่จำเป็นอีกเพราะพวกนางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิตั้งใจจะกำจัดคนสกุลโม่ แม้วิงวอนหรือร้องขออย่ำงไรก็ไร้ประโยชน์เพียงมองคนที่ถูกส่งมาให้จัดการเรื่องนี้ก็รู้ได้ว่าองค์จักรพรรดิทรงไม่ต้องการให้พวกเขำมีชีวิตที่ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งเฉำเหรินคนสารเลวผู้นี้มาฮูหยินผู้เฒ่ำรับพระราชโองการ นาสตรีในจวนลุกขึ้นยืนเฉำเหรินสั่งให้เริ่มตรวจค้นอย่ำงใจร้อน ถึงขั้นบอกว่าแม้แต่รูหนูก็ห้ำมปล่อยผ่านสาหรั