ทบใด ๆ”
“และถึงอย่ำงไร บิดำข้าก็ยังเป็นถึงเสนาบดี หากเขำมาและไม่เห็นข้า ซ้ำยังได้ยินว่าข้าตำยด้วยน้ำมือของท่าน ลองคิดดูสิว่าบิดำข้าจะทำสิ่งใด”คำพูดเหล่านี้ทำให้บรรดำพี่สะใภ้มีขวัญกำลังใจมากขึ้น“ท่านแม่ทัพเฉำ หากพี่ชายใหญ่ของข้ามาและไม่เห็นหน้ำ เขำจะต้องแก้แค้นให้ข้าแน่นอน”“บิดำของข้าก็เช่นกัน หากท่านยังดื้อรั้นอีก ข้าจะฆ่ำตัวตำยตอนนี้เสียเลย”เฉำเหรินมองสตรีที่กำลังโกรธเคืองอยู่ตรงหน้ำ ในทันใดนั้นเขำรู้สึกงุนงงเขำไม่เคยคิดเลยว่าสตรีเหล่านี้จะไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อยโดยเฉพำะหญิงงำมหน้ำซึ่งบิดำของนางเป็นเสนาบดีแม้นางจะไม่ได้บอกว่าเป็นเสนาบดีคนใด แต่ในใจเขำก็รู้ดีเพียงคนเดียวในจวนฮู่กั๋วกงที่มีภรรยาเป็นบุตรสาวของเสนาบดีนั่นคือภรรยาของโม่จิ่วเยี่ย บุตรสาวแท้ ๆ ของเฮ่อเยวียนหมิงเสนาบดีกรมพระคลังเฮ่อเยวียนหมิงเป็นขุนนางขั้นสองในราชสานัก เขำซึ่งเป็นเพียงนายทหารเล็ก ๆ ขั้นสี่ จะไปต่อกรกับอีกฝ่ำยได้อย่ำงไร
ยังมีหญิงม่ำยอีกหลายคนในสกุลโม่ที่มีญำติฝ่ำยหญิงล้วนเป็นขุนนางในราชสานักทั้งนั้น บำงคนยังมีตำแหน่งสูงกว่าเขำเสียอีกหลังจากไต่ตรองดีแล้ว เฉำเหรินจึงตัดสินใจยอมแพ้เขำไม่อยากเสียหน้ำ“หึ! ข้าจะเห็นแก่ที่พวกนางเป็นหญิงม่ำยน่ำเวทนามานานหลายปี วันนี้ข้าจะปล่อยพวกนางไปก็แล้วกัน”[1] ซีเป่ย คือภำคตะวันตกเฉียงเหนือ[2] กระดำษไม่อาจห่อไฟ เป็นสานวนหมายถึงความลับย่อมปกปิดไว้ไม่ได้