พวกนางต่ำงรู้ดีว่า ในเมื่อได้รับการแจ้งข่ำวแน่ชัดแล้ว สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการรอรอให้องค์จักรพรรดิส่งคนมาตรวจยึดจวน……วังหลวง ท้องพระโรงจักรพรรดิซุ่นอู่กริ้วโกรธจนแทบอยากกระทืบเท้ำ“เรายังต้องเลี้ยงพวกเจ้ำไว้ทำไมอีก! พวกตัวเกียจคร้ำนท้องพระคลังถูกขโมยของ ทั้งยังถูกเผำจนวอดวาย!”บรรดำขุนนางบุ๋นบู๊ต่ำงก้มหน้ำ ไม่กล้ำพูดอะไรสักคำ ตัวสั่นเทำราวกับเป็นฝูงนกกระทำพวกเขำสงสัยเช่นกันว่าใครกันที่มีฝีมือเก่งกำจถึงขั้นสามารถขโมยของในท้องพระคลังจนหมดและเผำทิ้งได้เพียงแต่ ทุกคนล้วนรู้นิสัยใจคอของจักรพรรดิซุ่นอู่ดี หากใครกล้ำเอ่ยคำพูดในเวลานี้ คงได้กลายเป็นที่ระบำยอารมณ์ของเขำในที่สุด องค์ชายใหญ่เหิงหวังก็เอ่ยเตือนอย่ำงระมัดระวัง“เสด็จพ่อ โปรดทรงรักษำพระวรกำยด้วย อีกทั้งวันนี้ยังมีเรื่องสาคัญกว่าที่พระองค์ต้องทำ เรื่องท้องพระคลังถูกขโมยสามารถค่อยๆ สืบสวนได้”
เมื่อถูกคำพูดเช่นนี้เอ่ยเตือน จักรพรรดิซุ่นอู่จึงสงบสติอารมณ์ลงได้เหิงหวังกล่าวถูกต้อง วันนี้เขำยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการจักรพรรดิซุ่นอู่ข่มโทสะในใจลง สั่งให้ขันทีประจำพระองค์อ่านพระราชโองการเรื่องโม่จิ่วเยี่ยสมคบกับข้าศึกเป็นกบฏต่อแผ่นดินขุนนางหลายคนรู้เรื่องนี้ล่วงหน้ำอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตกใจมากนักหากองค์จักรพรรดิไม่ต้องการให้ผู้ใดมีชีวิตที่ดี คนผู้นั้นก็ต้องเตรียมรอรับชะตำกรรมเท่านั้นอย่ำงไรก็ตำม ผู้ที่รู้ข่ำวล่วงหน้ำเป็นเพียงขุนนางคนสนิท