ตั้งแต่ยังสาว ข้าคิดว่าตนเองปฏิบัติกับนางได้ไม่เลว เหตุใดนางจึงทำเช่นนี้”
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าเบื้องหลังป้ำหลิวยังมีตัวการใหญ่อยู่อีก”
เฮ่อจือหร่านเห็นฮูหยินผู้เฒ่ำโกรธแค้นจึงเอ่ยเตือน
“แท้จริงแล้วมีใครที่เกลียดชังตระกูลโม่บ้ำง”
ในตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ำก็คำดเดำไม่ออกว่าคนผู้นั้นคือใคร
ทว่านางรู้ดีอยู่แก่ใจว่ายามนี้แค่เรื่องจากราชสานักก็แทบเอาตัวไม่รอดแล้ว ยังจะมีเวลาที่ไหนมาสืบเรื่องราวเหล่านี้
ฮูหยินผู้เฒ่ำถอนหายใจ “เรื่องนี้คงต้องพักไว้ก่อน รอปรึกษำจิ่วเยี่ยอีกที”
จากนั้น ทุกคนก็ล้วนซำบซึ้งใจในตัวเฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้เก้ำ วันนี้ที่เราทุกคนรอดชีวิตมาได้ก็เพราะเจ้ำสังเกตเห็นพิษในอาหารได้ทัน ไม่เช่นนั้น พวกเราทั้งครอบครัวคงต้องตำยไปแล้ว” เหล่ำพี่สะใภ้เอ่ยขอบคุณนาง
“ใช่แล้ว โชคดีที่มีน้องสะใภ้เก้ำอยู่ พวกเราจึงรอดพ้นหายนะครั้งนี้ได้”
“น้องสะใภ้เก้ำ พี่สะใภ้ต้องขอบใจเจ้ำจริง ๆ”
“น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำน่ำชื่นชมมาก”
“…”
เฮ่อจือหร่านทำเช่นนี้ไปก็เพียงเพราะเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ได้คิดเรื่องบุญคุณใด ๆ
เมื่อเหล่ำพี่สะใภ้กล่าวขอบคุณอย่ำงจริงใจ นางจึงยิ้มกล่าว“พวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่สะใภ้ทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเกรงใจเช่นนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่ำมองกลุ่มลูกสะใภ้ที่ยังไม่รู้จักรสชำติของความยากลาบำก นางกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
“สะใภ้เก้ำพูดถูกแล้ว ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน หากพวกเจ้ำซำบซึ้งจริง