นางนึกภำพออกว่า บุรุษผู้นี้มีจิตใจเข้มแข็งเพียงใด บาดแผลรุนแรงเช่นนี้ หากเป็นคนอื่นคงไม่กล้ำขยับตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขนย้ำยสิ่งของจากท้องพระคลังผิวหนังบริเวณนั้นของโม่จิ่วเยี่ยเป็นสีคล้ำเขียว บาดแผลบำงแห่งฉีกขำด หยาดเลือดสดไหลออกมาอีกทั้งบาดแผลยังมีขนาดใหญ่ บริเวณก้นกบและต้นขำแทบดูไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคนลงมือนั้นทุ่มกำลังลงโทษอย่ำงเต็มที่โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเย็นวาบ พลันเอื้อมมือดึงกำงเกงของตนเองด้วยอาชีพการงำน ในตอนนี้เฮ่อจือหร่านกลายเป็นแพทย์ผู้ที่มีจรรยาบรรณแล้วน้ำเสียงของนางจึงเคร่งขรึม“อย่ำขยับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือของโม่จิ่วเยี่ยซึ่งเพิ่งจับขอบกำงเกงได้ก็แข็งค้ำงเฮ่อจือหร่านดึงมือเขำออก
“ถึงจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนไปถึงกระดูก แต่บาดแผลตอนนี้เจ็บหนักไม่น้อย ท่านอย่ำประมาทเพียงเพราะเป็นบาดแผลภายนอก หากรักษำไม่ทันท่วงทีก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”เขำฟังนางพร ่ำบ่นไม่รู้จบเหมือนแม่เฒ่ำ โม่จิ่วเยี่ยจึงจำต้องยอมรับชะตำกรรม ถอนมือกลับคืนมาเขำหลับตำลง ปล่อยให้เฮ่อจือหร่านช่วยรักษำบาดแผลเฮ่อจือหร่านท่ำทำงคล่องแคล่ว นางเทแอลกอฮอล์ลงบนก้อนสาลี จากนั้นใช้คีมคีบจับก้อนสาลีเช็ดบาดแผลของโม่จิ่วเยี่ยอย่ำงเบำมือ“ท่านจะรู้สึกเจ็บบ้ำง อดทนสักหน่อยนะ”“อืม” แน่นอนว่าต้องรู้สึกเจ็บ แต่สาหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหลังจากทำความสะอาดบาดแผล เฮ่อจือหร่านหยิบผงยาหยุนหนานไป๋เหยา*[1