เฮ่อจือหร่ำนตกใจ นำงไม่เคยคำดคิดมำก่อนว่ำควำมโลภของ โม่จิ่วเยี่ยจะมีมำกกว่ำนำงเสียอีก เขำถึงกับขโมยของจำก ท้องพระคลังเสียแล้ว
เพียงแต่พื้นที่ในมิติลับของนำงนั้นเล็กเกินไป คงใส่สิ่งของมีค่ำ มำกมำยขนำดนั้นไม่ได้
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่ำนกำลังลังเล โม่จิ่วเยี่ยจึงถำมว่ำ “เป็ นอะไร หรือเจ้ำไม่กล้ำ”
“ข้ำจะไม่กล้ำได้อย่ำงไร ข้ำเพียงคิดว่ำสิ่งของมำกมำยใน ท้องพระคลังนั้น พวกเรำจะนำพวกมันไปเก็บที่ใด”
“เก็บหรือ” โม่จิ่วเยี่ยพลันอยำกเอ่ยถำม
เฮ่อจือหร่ำนตอบกลับอย่ำงรวดเร็ว “ท่ำนสัญญำแล้วว่ำจะไม่ ถำม”
“ขออภัย ล่วงเกินไปแล้ว” โม่จิ่วเยี่ยกล่ำวอย่ำงเปิดเผย รีบขอ โทษนำง
ควำมคิดของเฮ่อจือหร่ำนจมเข้ำสู่พื้นที่ในมิติลับ นำงมองเวลำ พบว่ำตอนนี้เป็ นเวลำตีสองแล้ว
ช่วงเวลำที่พระรำชโองกำรเนรเทศและยึดทรัพย์กำลังใกล้เข้ำ มำแล้ว
“ท่ำนรอข้ำก่อน”
นำงหันหลังเดินตรงไปยังห้องข้ำง
จิตสำนึกพลันพำเข้ำสู่มิติลับอีกครั้ง เฮ่อจือหร่ำนปวดใจเมื่อต้อง นำสิ่งของที่ไม่สำคัญบำงส่วนออกมำ และวำงทิ้งไว้เต็มห้องข้ำง
ทว่ำถึงแม้จะปวดใจ แต่เมื่อคิดว่ำสำมำรถใช ้สิ่งเหล่ำนี้ แลกเปลี่ยนกับสมบัติในท้องพระคลังได้ นำงก็โล่งใจแล้ว
หลังกลับเข้ำมำในห้องหอ นำงจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยซึ่งนั่งอยู่บนเตียง “ท่ำนยังเดินไหวหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นสวมรองเท้ำอย่ำงว่องไว ปิดซ่อนสีหน้ำเจ็บปวด ของเขำไม่ให้นำงเห็น