ำอย่ำงไร สิ่งของที่พวกเรามีถึงแม้ไม่ได้มีค่ำอะไร แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนเลวพวกนั้นจะมาเอาไปได้ง่ำย ๆ” ด้วยความร้อนใจ พี่สะใภ้หกถึงกับกล่าวอย่ำงหยาบคำยสาหรับเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้มองข้าม เพียงแต่เขำยังคิดไม่ตกเช่นกันขณะที่ทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไร เฮ่อจือหร่านพลันเอ่ยขึ้น“ท่านแม่ พี่สะใภ้ ข้าขอเสนอให้พวกเราทุกคนตัดเย็บถุงติดตัวคนละใบ นาสาลีมาห่อตั๋วเงินไว้ด้านใน สาลีนั้นค่อนข้างนุ่มฟู แม้มี
คนมาค้นตัวก็ไม่อาจจะคลาเจอ ส่วนสิ่งของมีค่ำอื่น ๆ พวกเราค่อยหาวิธีซ่อนมันทีหลังได้”ฮูหยินผู้เฒ่ำกล่าวเห็นด้วย “จริงด้วย คุณหนูเฮ่อพูดมีเหตุผล รีบทำตำมที่นางพูดเถอะ ทุกคนกลับไปเตรียมตัวกันได้แล้ว”ตำมมารยาทแล้ว เมื่อนายหญิงซึ่งเป็นแม่สามีสั่งความมาเช่นนี้ทุกคนควรรีบกลับไปทำตำม ทว่าหมอหลวงกลับยังมารักษำบาดแผลให้โม่จิ่วเยี่ยไม่ถึง เหล่ำสะใภ้จึงยังกังวลเรื่องอาการของเขำและไม่คิดจะกลับไปปกติแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำมักให้ความเมตตำบรรดำลูกสะใภ้ จึงไม่ถือสาท่ำทีเช่นนี้ของพวกนางแต่เพราะสถำนการณ์ตอนนี้เร่งด่วนมาก จึงไม่ใช่เวลาจะปล่อยให้พวกนางทำตำมใจได้อีกด้วยเหตุนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ำจึงเอ่ยเสียงเย็นชำ “อย่ำมัวรีรออยู่เลยกลับไปเตรียมตัวกันเดี๋ยวนี้”ดังนั้น ลูกสะใภ้ทั้งแปดจึงจำใจทยอยเดินออกไปหลังจากพวกนางกลับไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำมองโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง“คนออกไปตำมหมอหลวงนานแค่ไหนแล้ว แม่กับพวกพี่สะใภ้ของเจ้ำมาที่