นี่ก็ร่วมชั่วยามหนึ่งแล้ว เหตุใดหมอหลวงยังมาไม่ถึงอีก”
ทันทีที่นางพูดจบ บรรดำบ่ำวรับใช้ที่ออกไปตำมหมอหลวงก็ทยอยกันกลับมาข่ำวคราวที่พวกเขำนามาล้วนเป็นข้ออ้ำงของหมอหลวงต่ำง ๆนานาว่าไม่สามารถมาช่วยรักษำให้โม่จิ่วเยี่ยได้เฮ่อจือหร่านนับนิ้วก็สามารถคิดหาสาเหตุของเรื่องได้ นั่นคือองค์จักรพรรดิไม่ต้องการให้โม่จิ่วเยี่ยถูกรักษำ หรืออาจไม่ต้องการให้เขำรอดชีวิตกระทั่งไปจากเมืองหลวงได้ จึงจงใจสั่งให้หมอหลวงทำเช่นนี้เรื่องเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยคำดเดำได้ล่วงหน้ำแล้ว จึงไม่มีท่ำทำงผิดปกติใด ๆ ออกมาแต่เพื่อทำให้มารดำอุ่นใจ เขำจึงกล่าวว่า “ท่านแม่ บาดแผลของข้าไม่มีปัญหาอะไรมาก ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”ฮูหยินผู้เฒ่ำเป็นคนคิดรอบคอบ ในเมื่อสถำนการณ์มาถึงขั้นนี้ต่อให้เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของบุตรชายก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้แล้วยิ่งไปกว่านั้น ดูจากสภำพร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยในเวลานี้ คงไม่มีอะไรที่น่ำกังวลใจนัก“เช่นนั้น ข้าจะกลับไปเตรียมตัวก่อน”
แต่อย่ำงไรก็ตำม โม่จิ่วเยี่ยก็ถูกลงโทษโบยห้ำสิบทีจริง ๆ หากเขำต้องการจะลุกเดินจึงยังลาบำกอยู่บ้ำงเฮ่อจือหร่านอาสายืนส่งฮูหยินผู้เฒ่ำกลับเรือนไปขณะกำลังเดินกลับเข้ามาในห้อง นางพลันใช้แขนเสื้อปกปิดไว้หยิบสัญญำซื้อขำยตัวสองฉบับออกมาจากพื้นที่มิติฉบับหนึ่งเป็นของเฉี่ยวอวี้ อีกฉบับหนึ่งเป็นของสาวใช้ที่ติดตำมเข้ามาด้วยกันอีกคน“องค์จักรพรรดิทรงมีพระราชโองการให้เนรเทศคนจวนฮู่กั๋วกง