ระหว่างทำงห้ำมนาบ่ำวรับใช้ติดตำมไปด้วย ข้าตั้งใจจะคืนสัญญำซื้อขำยตัวให้สาวใช้ที่ติดตำมข้ามาด้วย เพื่อปล่อยพวกนางให้มีอิสระ”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คัดค้ำน เนื่องจากชายหนุ่มเองก็มีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว“อืม ทำตำมที่เจ้ำเห็นว่าเหมาะสมเถอะ”ขณะโม่จิ่วเยี่ยกำลังจะกล่าวบำงอย่ำง เวรยามก็วิ่งเข้ามารายงำนด้วยความตื่นตระหนก“รายงำนท่านกั๋วกง ห้องเก็บของของจวนถูกโจรปล้น สิ่งของทั้งหมดล้วนถูกลักขโมย เหลือเพียงชั้นวางว่างเปล่ำขอรับ”สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองวิ่งตำมมาด้วยสีหน้ำตื่นตกใจเช่นกัน
“น้องเก้ำ ข้ากับพี่สะใภ้ใหญ่ไปที่ห้องครัวเพื่อจัดเตรียมเสบียงแต่ของในห้องครัวกลับหายไปหมดแล้ว”“น้องเก้ำ จวนของเราคงถูกคนบุกขโมยแล้ว”หลังเหล่ำพี่สะใภ้กล่าวว่าจวนฮู่กั๋วกงถูกโจรปล้น เฮ่อจื่อหร่านก็รู้สึกละอายเล็กน้อย เพราะแท้จริงแล้ว นางคือ ‘โจร’ ที่พวกพี่สะใภ้เอ่ยถึงทว่าไม่นานนางก็รู้สึกเบำใจ เพราะอย่ำงไรก็ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยของไปเสียจริง ๆ สิ่งที่นางทำทั้งหมดก็เพื่อพวกเขำหลังจากฟังเรื่องราวต่ำง ๆ โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสับสนไม่แพ้กันแม้ว่าในเร็ว ๆ นี้จวนฮู่กั๋วกงจะถูกยึดและเนรเทศคนไป ทว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงบรรดำเวรยามล้วนยังลาดตระเวนตำมปกติ จึงไม่ต้องคิดถึงเรื่องการขโมยของจากห้องเก็บของจนหมด แค่การลักขโมยเล็ก ๆ น้อยๆ ก็ยังเป็นไปได้ยากอีกทั้งสัญชำตญำณบอกเขำว่าเฮ่อจือหร่านต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะการกระทำข