องสตรีนางนี้ช่ำงชวนให้ผู้คนฉงนใจยิ่งนักชายหนุ่มโบกมือให้ทหารเวรยาม “เจ้ำออกไปก่อน เรื่องนี้ข้าจะตรวจสอบด้วยตนเอง”
“น้องเก้ำ แล้วเรื่องของในห้องครัวเล่ำ” พี่สะใภ้ถำมโม่จิ่วเยี่ยตอบ “พี่สะใภ้ ของหายไปก็ไม่เป็นไร อย่ำงไรเราก็เอาไปด้วยไม่ได้อยู่แล้ว แทนที่จะให้ของเหล่านั้นถูกขนไปคลังของศัตรูสู้ปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือโจรน้อยยังจะมีประโยชน์เสียกว่า”สะใภ้ใหญ่เหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของโม่จิ่วเยี่ย นางพยักหน้ำจริงจัง “น้องเก้ำพูดถูกเช่นกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ากับน้องสะใภ้รองจะไปเตรียมตัวก่อน”หลังจากสองพี่สะใภ้ออกไปแล้ว ในห้องจึงเหลือเพียงโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแววตำอันลึกลับของชายหนุ่มจ้องมองนางไม่วางตำทว่าเฮ่อจือหร่านซึ่งเผชิญหน้ำกับดวงตาเฉียบคมของเขำ กลับไม่มีท่ำทีจะหวาดกลัวแม้แต่น้อยครู่หนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยถำมว่า “เรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับเจ้ำใช่หรือไม่”คำพูดนี้ฟังเพียงผิวเผินอาจเหมือนเป็นคำถำม แต่แท้จริงกลับมีความหมายเพื่อเป็นการยืนยันแม้ว่าในชำติก่อน เฮ่อจือหร่านจะฝึกฝนจิตใจไม่ให้หวั่นไหวกับสิ่งใด แต่ตอนนี้นางยังรู้สึกสับสนอยู่บ้ำง
เหตุผลนั้นไม่ใช่อื่นใด แต่เป็นเพราะน้ำเสียงของโม่จิ่วเยี่ย นางจึงสามารถตัดสินได้ว่า อีกฝ่ำยต้องมั่นใจมากว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือนางในสถำนการณ์เช่นนี้ นางต้องรับมืออย่ำงไรเล่ำชั่วขณะนั้น เฮ่อจือหร่านยังคิดไม่ได้ว่าควรอธิบำยอย่ำงไรแม้ประวัติศำสตร์จะ