ยยอมจากไปแต่โดยดีสะใภ้ทั้งแปดกลับมองเฮ่อจือหร่านเป็นตำเดียวในตอนที่พวกนางกำลังจะออกจากห้องหอน้องเก้ำ น้องสะใภ้เก้ำก็กล่าวเตือนเรื่องนี้ตอนนั้นพวกนางยังไม่ใส่ใจ ด้วยคิดว่าน้องสะใภ้เก้ำคงวิตกกังวลไปเองทว่าเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้อีกครั้งจากปำกโม่จิ่วเยี่ย พวกนางยิ่งไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไปเฮ่อจือหร่านสบสายตำใคร่รู้ของพวกนาง ก่อนพยักหน้ำอย่ำงหนักแน่น เพื่อบอกว่าตนไม่ได้พูดจำเหลวไหล“จิ่วเยี่ย เจ้ำพูดจริงหรือ” แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่ำผู้สุขุมเยือกเย็นยังอดร้อนใจไม่ได้“ท่านแม่ มีความเป็นไปได้เช่นนั้น” โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้กล่าวยืนยันเพราะแท้จริงแล้วเขำก็เพียงฟังจากปำกของเฮ่อจือหร่าน และวิเคราะห์เพิ่มเติมจากมุมมองของตนเองฮูหยินผู้เฒ่ำพลันร่างกายสั่นระริก
“ข้าคิดมาตลอดว่าสกุลโม่ของเราจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาช้ำนาน บุรุษในตระกูลล้วนพลีชีพเพื่อประเทศชำติ แต่สุดท้ำยกลับพบจุดจบเช่นนี้หรือ”ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยพลางหัวเราะเสียงเย็น“ตอนแรก ข้าบอกให้พ่อเจ้ำเกษียณและอยู่จวน ชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติทั้งหลายย่อมไม่เท่ำกับความสงบสุขของจวนเรา แต่พ่อเจ้ำกลับไม่ยอม หน้ำที่ปกป้องราชวงศ์ต้ำซุนของสกุลโม่ คำพูดนี้ต่ำงหากที่ทำให้ข้าต้องสูญเสียสามีและบุตรชายทั้งแปดคนไป การเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องราชวงศ์ต้ำซุนนั้นมีประโยชน์อะไรกันหึ…ที่แท้ยังมีเรื่องน่ำขันเช่นนี้”บรรดำสะใภ้ทั้งแปดต่ำงโกรธเคืองเช่นกัน“จะเกินไปแล้ว สกุลโม