ออกไปนางเห็นโม่จิ่วเยี่ยบนแผ่นกระดำนกำลังถูกทหารสองคนแบกกลับมาเข้ามาในห้อง“ฮูหยิน ท่านกั๋วกงได้รับบาดเจ็บ พวกเราพำเขำมาส่งก่อน แล้วจะรีบไปตำมหมอหลวงเดี๋ยวนี้ขอรับ”กล่าวจบ ทหารสองคนก็เคลื่อนย้ำยตัวโม่จิ่วเยี่ยจากแผ่นกระดำนพลางประคองเขำวางบนเตียงกระทั่งพวกเขำจากไป เฉี่ยวอวี้จึงเดินมาหาเฮ่อจือหร่าน ดวงตาแดงก ่ำ
“คุณหนู ตอนท่านกั๋วกงออกไปยังดี ๆ อยู่ เหตุใดถึงกลับมาในสภำพสิ้นสติเช่นนี้”เฮ่อจือหร่านกำลังสังเกตอาการของโม่จิ่วเยี่ยอยู่ จึงเห็นเพียงว่าดวงตาของเขำปิดสนิท คล้ำยว่าหมดสติไปจริง ๆ“เจ้ำรีบไปเฝ้ำหน้ำประตู หากหมอหลวงมาถึงแล้ว ให้รีบพำตัวมาที่นี่ทันที” สิ่งแรกที่นางต้องทำคือการให้เฉี่ยวอวี้ออกไปจากนั้นจึงค่อยตรวจสอบบาดแผลของโม่จิ่วเยี่ย“เจ้ำค่ะ!” เฉี่ยวอวี้ขำนรับ ก่อนหันหลังแล้วเดินจากไปเฮ่อจือหร่านปรับไส้เทียนแดงสีสดทั้งสองเล่มให้มีความสว่างมากที่สุด นางวางมันไว้ที่ข้างหัวเตียง เพื่อเตรียมตรวจสอบอาการบาดเจ็บของชายหนุ่มทว่าเพียงมือของนางยื่นออกไป โม่จิ่วเยี่ยกลับลืมตำขึ้น“ข้าไม่เป็นอะไร”น้ำเสียงของเขำยังฟังดูแข็งแรงดี แสดงว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” เฮ่อจือหร่านถำมโม่จิ่วเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ หันมองนางดวงตาทั้งคู่แฝงความเยือกเย็นจ้องเฮ่อจือหร่านไม่วางตำ
“เจ้ำรู้ได้อย่ำงไรว่าวันนี้ข้าจะเข้าวังแล้วจะถูกองค์จักรพรรดิใส่ร้ำย”ขณะเดินทำงกลับจากวังหลวง