โม่จิ่วเยี่ยนอนอยู่บนแผ่นไม้กระดำน เขำตั้งข้อสงสัยว่าเฮ่อจือหร่านรู้เรื่องนี้ได้อย่ำงไรความเป็นไปได้มากที่สุดคือเฮ่อเยวียนหมิงผู้เป็นพ่อตำของเขำต้องรู้เรื่องนี้ล่วงหน้ำแล้ว ไม่เช่นนั้นเขำคงไม่สามารถอธิบำยเรื่องนี้ให้กับตนเองได้หากเป็นเช่นนั้น ย่อมแสดงว่าเฮ่อเยวียนหมิงเป็นคนขององค์จักรพรรดิอย่ำงไม่ต้องสงสัย ส่วนเฮ่อจือหร่านก็อาจเป็นสายลับของอีกฝ่ำยโม่จิ่วเยี่ยมองนางด้วยสายตำลึกล้ำยิ่งขึ้นหากนางเป็นคุณหนูผู้อยู่ในยุคสมัยนี้ เกรงว่าคงต้องร้องไห้ด้วยความกลัวแล้วเฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกำลังสงสัยในตัวนาง แต่นางกลับไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย“ข้าฝันเห็นเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มาหลายวัน ฝันว่าท่านจะประสบเคราะห์กรรม หากท่านไม่เชื่อก็ตำมใจเถอะ แต่ข้าอธิบำยได้เพียงเท่านี้”
โม่จิ่วเยี่ยมองดวงตากลมโตอันใสซื่อของนาง เขำยังไม่ปักใจเชื่อคำพูดของนาง ทว่ากลับไม่เอ่ยซักถำมต่อเฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเขำคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวต่อ “ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ข้าพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้ำง ข้าจะช่วยดูให้”สิ้นเสียง โม่จิ่วเยี่ยก็ดึงเบำะนั่งที่นางมอบให้เขำออกมาเบำะนั่งฉีกขำดหลายแห่ง ทั้งยังมีคราบเลือดติดอยู่“หรือว่าท่านเข้าไปในวังหลังแล้วถูกโบยหนึ่งร้อยไม้”ในประวัติศำสตร์ถูกบันทึกไว้เช่นนี้ อีกทั้งตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยยังถูกคนแบกกลับมา คราบเลือดที่ติดอยู่บนเบำะนั่ง ย่อมแสดงว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงโม่จิ่ว