ป็นข้าวของส่วนตัวของพวกนางแต่ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ การเดินค้นหาไปทีละเรือนราวกับเป็นหัวขโมยนั้นยากกว่าการค้นหาของในห้องเก็บของเสียอีกหลังจากตัดสินใจได้แล้ว นางจึงลอบเดินสารวจไปทำงทิศตะวันตก
จวนฮู่กั๋วกงแห่งนี้มีการรักษำการณ์อย่ำงเข้มงวดมาก ระหว่างทำงนางพบเจอเวรยามพร้อมถืออาวุธครบมือเดินลาดตระเวรอยู่เป็นระยะยิ่งเข้าใกล้บริเวณทิศตะวันตกยิ่งพบว่ามีเวรยามมากขึ้นเรื่อย ๆเฮ่อจือหร่านใช้ทักษะจากชำติก่อนหลบเลี่ยงสายตำผู้คน กระทั่งมาถึงสถำนที่หนึ่ง แม้จะเรียกว่าสถำนที่ แต่ความจริงแล้วคือเรือนหลังใหญ่หลังหนึ่งต่ำงหากหลังจากยืนสังเกตการณ์สักพัก เฮ่อจือหร่านพบว่ามีเวรยามเฝ้ำอยู่เพียงสองคนที่แห่งนี้คงต้องมีของสาคัญบำงอย่ำงถูกเก็บไว้ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคลังสมบัติของจวนฮู่กั๋วกง เพื่อหลอกล่อเวรยามทั้งสองออกจากบริเวณนั้น นางหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมา ขว้ำงไปยังบ่อน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลก้อนหินตกกระทบผิวน้ำจนเกิดเสียง ท่ำมกลางค ่ำคืนอันเงียบสงัดจึงดึงดูดความสนใจได้เป็นพิเศษ“นั่นใคร!?”เวรยามทั้งสองคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงถืออาวุธมุ่งตรงไปยังทิศทำงของต้นเสียง
เฮ่อจือหร่านไม่รีรอให้เสียโอกำส รีบเดินไปยังหน้ำเรือนหลังใหญ่นั้นทันที่สถำนที่ซึ่งถูกเฝ้ำยามแน่นหนา ย่อมต้องลงกลอนปิดประตูไว้แน่นางไม่คิดอะไรให้มากความเฮ่อจือหร่านเข้าไปยังมิติลับหยิบแหนบแหลม ๆ ออกมา สอดมันเข้ารูกุญแจแล้วหมุนไปมาสองสามครั้ง ไม่นาน