ประตูก็ถูกเปิดออกก่อนเวรยามสองคนนั้นจะกลับมา นางรีบเปิดประตูเข้าไปอย่ำงรวดเร็วบรรยากำศภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์เล็ดลอดเข้ามาช่วยให้มองเห็นชั้นวางรอบ ๆ ห้องได้เฮ่อจือหร่านไม่มีเวลาสารวจให้ละเอียด นางเอื้อมมือคลาสิ่งของบนชั้นใกล้ตัว สัมผัสของมันเรียบลื่นเหมือนผ้ำผืนหนึ่งดูเหมือนที่นี่จะเป็นห้องเก็บของในจวนกั๋วกงอย่ำงไม่ต้องสงสัยเพื่อไม่ให้เสียเวลา เฮ่อจือหร่านใช้ความคิดรวบรวมสิ่งของทั้งหมดในห้องเข้าสู่พื้นที่ของมิติลับทันที่ เหลือเพียงชั้นวางอันว่างเปล่ำเท่านั้นนางเพียงจัดการกับข้าวของเสร็จเรียบร้อย เวรยามที่หลอกล่อออกไปก็กลับมาแล้ว
“ดูเหมือนจะตื่นเต้นเกินไป ไม่เห็นมีใครทั้งสิ้น ทำพวกเราเสียเวลาไปเปล่ำ ๆ”“แต่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงมาจากบ่อน้ำ”“ในฤดูกำลนี้มีกบอยู่มากมาย หากมันกระโดดลงในบ่อ ย่อมสามารถเกิดเสียงเช่นนั้นได้”“เอาเถอะ เป็นข้าที่กังวลเกินไป พวกเราไม่ต้องเถียงกันแล้ว ทำหน้ำที่ต่อไปเสีย”เมื่อเวรยามทั้งสองกลับมา เฮ่อจือหร่านจึงต้องคิดหาวิธีออกจากที่นี่โดยไม่ให้อีกฝ่ำยรู้ตัวหลังครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง นางจึงนึกได้ว่ายังมีโดรนขนาดเล็กที่ซื้อมาใหม่อยู่ในมิติเมื่อวางแผนให้ดีแล้ว เฮ่อจือหร่านพลันกระโดดไปอยู่บนคำนอย่ำงคล่องแคล่ว เปิดกระเบื้องหลังคำสักแผ่น ก่อนปล่อยโดรนออกไปนางถือรีโมตควบคุมโดรน บังคับให้มันบินลอยไปไกล ๆ เมื่อรู้สึกว่าถึงระยะที่ดีแล้ว จึงเปิดไฟเลเซอร์และระบบเสียง