้ำค่ะ”เฮ่อจือหร่านตอบรับ “อืม”คนกลุ่มหนึ่งห้อมล้อมโม่จิ่วเยี่ยในชุดแต่งงำนสีแดงสดเข้ามายังห้องหอ“ท่านกั๋วกง เปิดผ้ำคลุมหน้ำเถอะ! มิฉะนั้นจะเสียฤกษ์ได้” ฉี่ผอยิ้มแย้มส่งคันชั่ง*[3]ผูกด้วยผ้ำแดงให้ชายหนุ่ม“น้องเก้ำ เร็วเข้าสิ ทุกคนรอเห็นน้องสะใภ้เก้ำอยู่นะ!”“ใช่ ๆ น้องเก้ำ อย่ำมัวแต่เขินอายอยู่เลย…”โม่จิ่วเยี่ยถือคันชั่งมาหยุดด้านหน้ำเฮ่อจือหร่านซึ่งถูกรายล้อมด้วยพี่สะใภ้ทั้งหลาย เขำชะงักฝีเท้ำลงท่ำมกลางสายตำของคนทั้งหมด ก่อนค่อย ๆ เปิดผ้ำคลุมหน้ำของเฮ่อจือหร่านขึ้นเฮ่อจือหร่านมองไปยังคนตรงหน้ำโดยสัญชำตญำณชายตรงหน้ำนางสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบห้ำเซนติเมตร อกผำยไหล่ผึ่ง รูปร่างกายาล ่ำสัน
องคำพยพงดงำมราวรูปประติมากรรม มีความคล้ำยคลึงกับภำพวาดที่เห็นก่อนหน้ำนี้ตรงสุลานของเขำใบหน้ำเคร่งขรึมและสายตำคมกริบของเขำทำให้ผู้คนรู้สึกถึงแรงกดดัน ทว่าในใจของเฮ่อจือหร่านกลับคิดว่าไอดอลของนางก็ควรจะเป็นเช่นนี้ขณะหญิงสาวกำลังงุนงง โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยขึ้นเสียงเย็นชำ“มองพอหรือยัง?”เฮ่อจือหร่านจึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่สติของนางหลุดลอยไปไกลเมื่อสบมองกับดวงตาอันลึกล้ำนั้น เฮ่อจือหร่านพูดโพล่งออกมา“อืม ข้ามองพอแล้ว หน้ำตำท่านก็นับว่าทั่วไป”ไม่ใช่ว่านางไม่ให้เกียรติวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยอยู่ท่ำมกลางคนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบุรุษผู้นี้ยังพูดจำไม่ไว้หน้ำนางอีก นางจึงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งประจบประแจงเมื่อเห็นความ