ตึงเครียดของคู่แต่งงำนใหม่ พี่สะใภ้หกอย่ำงเติ้งเสวี่ยรีบปรี่เข้ามาคลี่คลายสถำนการณ์“น้องเก้ำ น้องสะใภ้เก้ำ อย่ำชักช้ำจนเสียเลิกฤกษ์ยามเลย รีบดื่มน้ำชำแล้วพักผ่อนเถอะ”พี่สะใภ้สามเฝิงฉุยเหลี่ยนก้ำวเข้ามา พลางเอ่ยว่า “ใช่ ๆ ๆ พวกเจ้ำต้องรีบมีลูกเยอะ ๆ เพื่อสืบทอดสกุลโม่ของเรา”
เมื่อฟังคำพูดของเหล่ำพี่สะใภ้ ต่อให้เฮ่อจือหร่านจะมีจิตวิญญำณของหญิงสาวสมัยใหม่ก็ยังอดหน้ำแดงไม่ได้ชำติที่แล้วนางใช้ชีวิตสาวโสดมาถึงยี่สิบสี่ปี ทั้งหัวใจคิดเพียงเรื่องทำงำนรับใช้แผ่นดินเกิดเท่านั้น ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันได้เจอสถำนการณ์น่ำกระอักกระอ่วนเช่นนี้เฮ่อจือหร่านก้มหน้ำงุดเพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตว่าตนเองกำลังหน้ำแดง ทว่าท่ำทำงของนางชวนทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดพี่สะใภ้สี่เซียวฉิงเอ๋อร์จับมือเฮ่อจือหร่าน “น้องสะใภ้เก้ำไม่ต้องอาย อีกหน่อยเจ้ำสนิทกับเหล่ำพี่สะใภ้ก็จะชินไปเอง เพราะพวกนางชอบพูดล้อเล่นแบบนี้เป็นประจำ”เฮ่อจือหร่านพยายามอธิบำย “ข้าไม่ได้อาย”ครั้นเหล่ำพี่สะใภ้คนอื่น ๆ กำลังจะพูดอะไรบำงอย่ำง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างนอก“ท่านกั๋วกง ฝ่ำบำททรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าวังขอรับ”เมื่อได้ยินดังนั้นเฮ่อจือหร่านก็ต้องตกใจใหญ่ยิ่งเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยหันหลังเดินออกไป เธอจึงรีบจับมือสาวใช้ข้างกำยมาถำมว่า“เฉี่ยวอวี้ ปีอะไรแล้ว”
เฉี่ยวอวี้งุนงงอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบด้วยความฉงน “คุณหนูใหญ่ท่านลืมวันแต่งงำนของตัวเองหรือ