ชาเอกอะไรมาก็ไม่สำคัญสำหรับเย่ฮวาอีกต่อไปแล้ว เพราะหลังจากเรียนจบเขาก็ไม่ได้คิดจะพึ่งวิชาเอกนี้เพื่อทำเงินหาเลี้ยงชีพอยู่ดีมู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์เป็นคนมีฐานะพวกเธอจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก ส่วนกวาจื่อเรียนเกี่ยวสาขาวิทยาการจัดการด้านการตลาด ซึ่งเขาเองก็มีพรสวรรค์ในด้านการจัดการนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วหลังจากการลงทะเบียนและการปราชุมที่แสนวุ่นวายสิ้นสุดลง เย่ฮวาจึงเดินทางกลับที่พัก……เมื่อพวกเขากลับมาถึงที่พัก เยว่เอ๋อร์ก็ทรุดตัวลงบนโซฟาพร้อมพูดคร่าครวญ “เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว~”เย่ฮวายิ้มให้กับเธอ “หลังจากอยู่บ้านมาสองเดือนสนิมคงเกาะแล้วสินะ ถ้าเธอไม่เหนื่อยแล้วจะให้ใครเหนื่อยล่ะ”มู่จื่อหานพยักหน้าเบาๆ “ใช่ ไม่ได้ออกกำลังกายนานแล้วด้วย รู้สึกเหมือนร่างกายไม่เป็นของตัวเองเลย”ขณะนั้นเองลินดาก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม “อาหารพร้อมแล้ว”“วู้ ~ ชอบอาหารที่ลินดาทำมากที่สุดเลย!” เยว่เอ๋อร์ที่ก่อนหน้านี้ยังเหนื่อยอยู่รีบพุ่งไปที่โต๊ะอาหารทันทีมู่จื่อหานส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ล้างมือก่อน”“โอเค~”เย่ฮวาและมู่จื่อหานหันมายิ้มให้กันเมื่อเห็นเยว่เอ๋อร์วิ่งออกไปในช่วงเวลาอาหารค่า พวกเขาได้แชร์ประสบการณ์ที่เจอระหว่างวันของตัวเองให้ทุกคนฟัง และนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเวลาเดินมาถึงช่วงประมาณสองทุ่มพวกเขาจึงแยกย้ายกลับเข้าห้องของตัวเอง การเปิดเทอมในครั้งนี้หมายความว่าเวลาในการเล่นเกมของพวกเขาก็