ด้านหน้ากระท่อมมุงจาก บริเวณแผ่นไม้ขนาดสามฟุตเต็มไปด้วยหนังสือตำราโบราณเสียงน้าตกดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า น้าหยดติ๋งๆ สายลมและใบไม้ส่งเสียงซู่ๆ เป็นระยะช่างเป็นวิวทิวทัศน์อันงดงาม……“ที่อยู่เก่าของเซียนจันทร์กระจ่าง~ ด้านในน่าจะมีสมบัติอยู่ไม่น้อย~” พี่หน่ายถูมือของเธอด้วยความคาดหวังเย่ฮวาผายมือ “แม่ไก่ เข้าไปดูข้างในสิ ~”พี่หน่ายกลอกตามองเย่ฮวา “ระวังสมองจะมีรูนะจ๊ะ~”“……”สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยกำลังรอให้คนที่มีความอดทนและความกล้าหาญเข้ามาสำรวจ แม้เย่ฮวาจะไม่รู้ว่าตนเองคือผู้กล้าหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เขาเป็นคนที่มีความอดทนสูงแน่นอนเมื่อเปิดประตูไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น แสงสีทองพลันส่องกระทบเข้ามาในตาของพวกเขาในกระท่อมหลังเล็กแห่งนี้มีเตียง โต๊ะและเก้าอี้อย่างละหนึ่งตัวมีตะเกียงดอกบัวอยู่บนโต๊ะและโอสถสีทองอยู่บนตะเกียง แสงสีทองส่องกระจายเข้าสู่สายตาและอาบร่างกายของพวกเขา ทำให้รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง“ที่รัก!”พี่หน่ายพูดโพล่งออกมา เธอชี้ไปยังโอสถสีทองที่อยู่บนโต๊ะและหันมามองเขาพร้อมพูดว่า “นี่ต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน!”เย่ฮวายิ้ม “ของดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะครอบครอง”“หือ?”ขณะที่พี่หน่ายกำลังสับสน จู่ๆ ก็มีเงาลอยผ่านหน้าต่างลงมาบนโต๊ะเมื่อมองไปใกล้ๆ นี่เป็นนกที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนมันมีขนาดเล็ก ร่างกายปกคลุมด้วยขนนกหลากสี ด้านบนหัวมีมงกุฎประดับอยู่ ขนบริเวณหางที่ดูย