วาก็รู้สึกว่าปีศาจของเผ่าครึ่งปีศาจก็เป็นคนดีคนหนึ่งซ้ายังมีหนูแก่ที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ที่ช่วยเบิกทางให้ ไม่เพียงแต่จะพูดภาษาอังกฤษได้เท่านั้น ยังอารมณ์ร้ายและตลกมากด้วยเมื่อเย่ฮวามาถึงพื้นที่รกร้าง เขาได้มองเห็นปราสาทเก่าอยู่ไกลๆ เย่ฮวาจึงเดินทางผ่านป่าอันแห้งแล้งมาถึงนอกกำแพงเมืองอย่างช้าๆ“ใครมากันเนี่ย?” หนูตัวนั้นยังคงวางฟอร์มไม่เปลี่ยนร่างกายเท่ากำปั้นแต่น้าเสียงกลับหนักแน่นขณะตะคอกใส่เย่ฮวาเย่ฮวายิ้มให้กับหนู “ท่านเจ้าหน้าที่ผู้บุกเบิก ผมเป็นคนของเผ่าเทพ เคยเดินทางมาที่นี่มาก่อน ที่มาครั้งนี้ตั้งใจจะหารือเรื่องบางอย่างกับผู้อาวุโสปีศาจ”หนูพยักหน้า “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง นายของพวกข้ากล่าวว่า มีเพื่อนมาจากแดนไกล เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้มาเป็นแขกของเรา เร็วเข้าเชิญมาข้างในเร็ว!”ขณะที่พูดเสียงโซ่ก็ดังขึ้น ประตูเมืองก็ค่อยๆ เปิดออกหนูจึงต้อนรับเย่ฮวาให้เข้าไปข้างใน เย่ฮวาพูดกับหนูด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณครับ”“อื้อ~”หนูพยักหน้า “ตามข้ามา”หลังจากนั้นหนูจึงพาเย่ฮวาไปยังชั้นใต้ดินของปราสาท มาจนถึงห้องใต้ดิน ยังคงเป็นปีศาจที่ดูเหมือนกับเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อตัวนั้น รูปร่างน่าเกลียดและประหลาดพิลึก แต่มันก็มีอยู่ทั่วทั้งแดนปีศาจ แม้แต่แฟรนทิน่าก็ไม่สามารถปราบสิ่งมีชีวิตนี้ได้“อ้าว? เจ้าเด็กของเผ่าเทพเมื่อครั้งที่แล้วนี่ เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรรึ?” ปีศาจเป็นคนพูดก่อน บางทีพวกคนที่มี