ไป ตอนที่กลับมานั่งบนรถก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา เมื่อนึกถึงหน้าตาของกวาจื่อที่สร้างความสะพรึงให้กับเขาก่อนหน้านี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวแม่งเอ๊ย…ตกใจจนแทบทรุด!……ตอนที่กลับมาถึงวิลล่า หลังจากทุกคนนั่งรับประทานอาหารเช้าแล้ว เย่ฮวาจึงกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้งเพื่อเก็บกวาดนางนวลปีกเหมันต์ไปพร้อมๆ กับมู่จื่อหานหลังจากใช้เวลาสู้กับพวกมันจนถึงช่วงประมาณสิบโมงเช้า ตอนที่เย่ฮวากำลังนำหินวิญญาณแห่งนภาลัยไปวางข้างๆ หินก้อนนั้น จู่ๆ แสงสว่างก็พุ่งพวยเข้าใส่ก้อนหินที่อยู่ตรงกลาง ในเวลานี้เอง เสียงเบาๆ ดังขึ้นจนเรียกความสนใจจากเย่ฮวา“แกร่ก!”เมื่อมองไปทางต้นเสียงจึงพบว่ามีรอยแยกปรากฏขึ้นบนหินก้อนนั้นหนึ่งเส้น เย่ฮวาจึงรีบส่งข้อความไปหามู่จื่อหานตอนที่เธอเดินเข้ามา รอยแยกของหินก็เริ่มแตกระแหงจนคล้ายกับใยแมงมุม หินทั้งก้อนเริ่มกะเทาะออกจากกันเมื่อหินกะเทาะออกจึงเผยให้เห็นวัตถุสีขาวบริสุทธิ์ปรากฎขึ้น ภายนอกดูมันวาวเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นสิ่งใดเย่ฮวาและมู่จื่อหานกลั้นหายใจ หลังจากรอได้ร่วมสิบวินาที ในที่สุดหินนั้นก็แยกออกจากกันและเผยให้เห็นร่างขนาดใหญ่ในนั้นนี่มัน……มนุษย์หนิ!ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือมนุษย์ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้เขาไม่มีอวัยวะเหมือนกับมนุษย์ มีแขนขาและร่างกาย แต่กลับไม่มีหัวจึงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชายหรือหญิงกันแน่เย่ฮวาขมวดคิ้วขณะตรวจสอบค่าสเตตัสขอ