เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืนแล้วนะ”“สวบๆ……”กวาจื่อขยับเท้าเข้ามาใกล้อีกก้าวหนึ่ง เขายังคงหันหลังให้เย่ฮวา ท่าทางของกวาจื่อทำให้เย่ฮวาฉุกคิดในใจ :หมอนี่กินยาผิดขวดเหรอ?“ฉันรู้แล้วว่าความหล่อของฉันไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหลงใหล แม้แต่เธอก็เช่นกัน~”“แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ พระเจ้าดันทำให้ชายหนุ่มอย่างฉันต้องแบกรับความหล่อเหลาและออร่าที่ฉันไม่ควรมี”“ฉันนอนคิดมาหนึ่งคืนแล้ว ดังนั้นคำตอบของฉันก็คือ……”กวาจื่อหันมาหาเขาอย่างฉับพลัน จากนั้นดวงตาทั้งคู่หลับลงและใช้ริมฝีปากหนายื่นมาด้านหน้าเพื่อจูบเขา“ไอ้เวร!”เย่ฮวาตกใจจนขวัญกระเจิง เขาไม่คิดอะไรมาก รีบใช้มือตบฉาดเข้าที่ปากของกวาจื่อจนหน้าหัน!“เพี๊ยะ!”เสียงดังลั่นห้อง กวาจื่อหน้าหัน เขาหัวกลับมาด้วยใบหน้าอันขมขื่น วินาทีที่เห็นหน้าเย่ฮวา ร่างของเขาพลันสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว “เฮ้ย! แกเข้ามาตอนไหนวะเนี่ย?”เย่ฮวาหน้าอึมครึม “ฉันก็เปิดประตูเข้ามาน่ะสิ น่าขยะแขยงโคตร!”หลิวหลีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าจนแทบจะมุดอกตัวเองเมื่อเห็นท่าทางของพวกเขาทั้งสองคน เขาก็เริ่มจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันกลับล่ะ เสี่ยวหานกับเยว่เอ๋อร์รอฉันอยู่”พูดจบเขาจึงหมุนตัวเพื่อเดินออกจากห้อง จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงหันไปกระซิบบอกหลิวหลีว่า“รบกวนเธอดูแลเจ้ากวาจื่อหน่อยนะ ถ้าหมอนี่รังแกเธอเมื่อไหร่ก็โทรมาหาฉันได้เลย”พูดจบเขาก็เดินออกจากห้อง